ขณะกล่าววาจาท้ายประโยค น้ำเสียงของชายวัยกลางคนมากล้นไปด้วยความเย้ยหยัน!
“เช่นนั้น…เจ้าก็ไม่รู้สินะว่าฮ่วนเอ๋ออยู่ไหน?”
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้น อย่างไรก็ตามในใจกลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“ไอ้หนู ข้ามิใช่พึ่งพูดไปหรือว่าทั้งหมดเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อล่อเจ้า?”
ชาวัยกลางคนหัวเราะเยาะอีกรอบ
“แม้จะเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อล่อข้ามา แต่อย่างน้อยๆนับว่าหน่วยข่าวกรองขององค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดเจ้าไม่เลวเลบทีเดียว ถึงได้ล่วงรู้เรื่องฮ่วนเอ๋อ กระทั่งรู้ว่าสามารถใช้นางเพื่อล่อข้าออกมาได้”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยออกเสียงเบา
“แล้วเจ้าบอกได้หรือไม่ ว่าใครเป็นคนจ้างวานองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดให้มาฆ่าข้า เพราะเท่าที่ข้ารู้มา คิดจะติดต่อองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็มีคุณสมบัติจะทำได้”
ต้วนหลิงเทียนมองจ้องตาชายวัยกลางคนเขม็งพลางจี้ถามออกไป
“เจ้ารู้มากทีเดียว…”
ชายวัยกลางคนมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาทำราวกับมอง ‘คนตาย’ เอ่ออกด้วยน้ำเสียงไร้แยแส “เจ้าเองก็เป็นเพียงคนกำลังจะตายเท่านั้น กล่าวไปต่อให้บอกคนที่กำลังจะตายก็คงไม่เป็นไร…แต่น่าเสียดายที่องค์กรกะโหลกเลือดของเรามีกฏ!”
“เจ้าจงตายไปพร้อมกับความเสียใจทั้งความโง่งมของตัวเองเถอะ!”
พอชายวัยกลางคนกล่าวประโยคนี้จบ ความว่างเปล่ารอบๆตัวมันก็เริ่มสั่นสะเทือน รัศมีพลังอันเกรี้ยวกราดหนึ่งสาดปะทุออกจากร่าง!