“แต่การที่มันเลือกให้ข้าไปคนเดียวแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน…คงต้องระวังให้มาก”
เพียงห้วงคิดเดียว ร่างต้วนหลิงเทียนก็เหินออกจากเกาะลอย กระทั่งออกจากหุบเขาที่พักสำหรับศิษ์ฝ่ายในและศิษย์ที่แท้จริง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกทันที
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนเหินร่างออกจากหุบเขา ก็ปรากฏร่างหนึ่งเดินออกมาจากหลังประตู และหยุดยืนในลานที่พักของศิษย์ฝ่ายใน เงยหน้าเหม่อมองไปขอบฟ้าทิศทางที่ต้วนหลิงเทียนมุ่งไป
“ดีล่ะ”
เจ้าของร่างที่ว่าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจิ้งหงอี้ ศิษย์สายตรงลำดับ 3 ของซุนเหลียงเผิงประมุขนิกายอมตะเป้าผู่
และตอนนี้บนใบหน้าเจิ้งหงอี้ ก็ปรากฏรอยยิ้มคลี่กางอย่างสดใส
“จึกๆๆ องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด สมแล้วที่เป็น 1 ใน 3 องค์กรมือสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนสวรรค์ใต้…เดิมทีข้ายังห่วงเรื่องที่จักล่อต้วนหลิงเทียนให้ออกจากนิกายไปคนเดียวได้อย่างไร แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะมีวิธีทำให้ต้วนหลิงเทียนเร่งรุดออกไปเพียงลำพังแบบนี้ได้จริงๆ”
“ไม่ทราบว่านักฆ่าขององค์กรกะโหลกเลือดทำได้อย่างไรกันแน่…และในจดหมายนั่น ที่แท้มันเขียนว่าอะไร”
ถึงแม้เจิ้งหงอี้จะรู้ว่าองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดมีวิธีล่อต้วนหลิงเทียนออกไป แต่มันก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร