เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยนของต้วนหลิงเทียน รวมถึงตระหนักได้ว่าต้วนหลิงเทียนเพียงเอ่ยถึงกฏแห่งทองกับกฏแห่งไฟเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงกฏอื่นๆเลย ใจของชายชราก็เริ่มสะท้านไปทันที
หรือต้วนหลิงเทียนผู้นี้ยังเข้าถึงกฏแห่งทองกับกฏแห่งไฟแล้วด้วย?
ไม่ใช่ว่ากฏเดียวที่อีกฝ่ายเข้าถึงคือกฏแห่งดินหรอกหรือ?
คิดถึงจุดนี้ชายชราก็บังเกิดความคิดเหลวไหลขึ้นมาประการหนึ่ง ‘ไม่! เป็นไปไม่ได้ มิมีทางเป็นไปได้เลย…เจ้าหนูนี่อายุยังไม่ทันถึงร้อยปีด้วยซ้ำ แค่ด่านพลังบรรลุถึงขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดและเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งดินได้ 2 ประการมันก็เป็นอัจฉริยะอันร้ายกาจมากแล้ว ไหนเลยจะไปเข้าใจความลึกซึ้งของกฏอื่นๆได้!’
จะอย่างไรก็แล้วแต่ ด้วยเห็นความประสงค์อันแน่วแน่ของต้วนหลิงเทียน ชายชราก็ได้แต่พาต้วนหลิงเทียนไปดูวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังระดับราชาธาตุทองกับธาตุไฟเท่านั้น
“ไอ้หนู คราวนี้เจ้าตัดสินใจได้ถูกแล้ว…หากที่นี่มีวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังธาตุทองหรือไฟที่ดีกว่า เจ้าสมควรเลือกมัน”
เสียงเด็กน้อยยังไม่หย่านมของปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินดังขึ้นในใจต้วนหลิงเทียนอย่างประจวบเหมาะ แม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้ถาม แต่อีกฝ่ายก็เลือกที่จะกล่าวแนะนำออกมา
“วรยุทธ์กับเวทย์พลังธาตุดินของที่นี่มีแค่ 3 อย่างเท่านั้น…มังกรปฐพีหลีกลี้ที่แฝงความลึกซึ้งเคลื่อนพิภพนั่น เจ้าได้มาตอนนี้ก็นับว่าไร้ประโยชน์”