พอเสียงเฉินหลีดังจบคำ ชายหนุ่มสง่างามถือพัดก็อดทอดถอนในใจไม่ได้
หากถามว่าในโลกนี้ใครที่รู้จักเฉินหลีดีที่สุด เกรงว่านอกจากมารดาแท้ๆของเฉินหลีแล้ว ก็คงมีแต่มัน
“เจ้าก็จะเป็นสหายที่ดีที่สุดของข้าตลอดไป…”
ชายหนุ่มสง่างามเอื้อมมือไปตบไหล่เฉินหลีเบาๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าซีดเซียวของเฉินหลีก็แลดูสดใสทั้งแปลกตามากยิ่งขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นอัปลักษณ์ปานจะร่ำไห้
แน่นอนว่าตอนนี้มันรู้สึกมีความสุขและยินดีจากใจ
ก็แค่ใบหน้าของมันไม่เอื้ออำนวยให้มันยิ้มเท่าไหร่ แถมสีหน้ายังซีดๆ พอยิ้มร่าจริงๆ ก็เลยกลายเป็นแบบนี้
…
ณ เขตปกครองคฤหาสน์เฉวียนโยว นิกายอมตะเป้าผู้
“นี่น่ะเหรอ หอตำรา?”
ต้วนหลิงเทียนหยุดยืนบนแท่นศิลาทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่คล้ายจะถูตัดด้วยกระบี่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง มองจ้องไปยังอาคารสูง 7-8 ชั้นที่ตั้งตระหง่านแลดูน่าเกรงขาม ใจยังสั่นไหวไปเล็กน้อย
อันที่จริงอาคารหลังนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น เป็นหอตำราฝ่ายในของนิกายอมตะเป้าผู่ ซึ่งภายในมีเคล็ดอมตะ วรยุทธ์อมตะ เวทย์พลัง และยันต์อมตะเก็บความทรงจำต่างๆมากมาย
แน่นอนว่ายังมีตำราเก่าๆ ยันต์อมตะเก็บความทรงจำ รวมถึงลูกแก้วเงาลอยที่บันทึกการต่อสู้ของยอดฝีมือที่เข้าใจกฏต่างๆไว้มากมาย
และจุดประสงค์การมาที่นี่ของต้วนหลิงเทียน ก็คือขึ้นไปยังชั้น 9 ของหอตำรานิกายอมตะเป้าผู่ และยังเป็นชั้นบนสุดของหอตำราหลังนี้อีกด้วย