“จ้างมือสังหาร?”
หวังหงคลี่ยิ้ม “วิธีนี้มันก็ดีอยู่หรอก…แต่องค์กรมือสังหารในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวน่ากลัวจะรักษาความลับผู้จ้างวานได้ก็ต่อเมื่อเป้าหมายมิเกี่ยวข้องใดกับ 3 นิกาย 2 ตระกูลเท่านั้น…”
“แต่หากเกี่ยวข้องกับ 3 นิกาย 2 ตระกูลขึ้นมา ตราบใดที่อาวุโสของคฤหาสน์เฉวียนโยวสักคนออกหน้าไปเค้นความพวกมัน เกรงว่าพอถึงตอนนั้นเจ้าคงถูกขายออกไปง่ายๆดั่งเศษขยะ!”
กล่าวถึงท้ายประโยคมุมปากหวังหงก็เผยรอยยิ้มแดกดัน สีหน้ายังฉายชัดถึงความเย้ยหยันอย่างแรง
หากองค์กรมือสังหารในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวใช้การได้จริง เจิ้งหงอี้กับจ้วงฝานจะยังมีลมหายใจเหลือรอดอยู่ถึงวันนี้อีกเหรอ?
จังงหวะนี้หวังงหงรู้สึกว่าเจิ้งหงอี้ที่แท้ก็โง่งมทั้งไร้เดียงสานัก
“แล้วผู้ใดบอกว่าข้าจะไปจ้างวานนักฆ่าขององค์กรมือสังหารในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยว?”
เจิ้งหงอี้ไม่ติดใจอะไรเรื่องที่หวังหงยิ้มถากถางทั้งกล่าวประชด เพียงมองไปยังหวังหงด้วยสีหน้าสงบเอ่ยออกเสียงเรียบ “ข้าคิดจะใช้บริการขององค์กรมือสังหารที่ทรงอำนาจมากที่สุดในแดนสวรรค์ใต้! 1 ใน 3 องค์กรมือสังหารลือชื่ออย่างกะโหลกเลือด!!”
“กะโหลกเลือด!?”
ได้ยินวาจาประโยคนี้ของเจิ้งหงอี้ ลูกตาหวังหงหดเล็กลงทันที