“แต่นี่มิใช่ว่านิกายอมตะเป้าผู่เราตระหนี่ถี่เหนียว เลือกจะดูแลศิษย์ที่แท้จริงแต่ละเลยศิษย์ฝ่ายในแต่อย่างไร เนื่องเพราะพลังวิญญาณฟ้าดินที่ได้จากสายแร่ผลึกอมตะของพวกเราก็ยังมีขีดจำกัด ทำให้สร้างสถานที่บ่มเพาะอันมีสภาพแวดล้อมประเสริฐได้เท่าที่เห็น หากต้องการให้พลังวิญญาณฟ้าดินของศิษย์ฝ่ายในหนาแน่นมากกว่านี้ พวกเราก็ไม่อาจทำได้แล้ว”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวอธิบายจนจบ และวาจาประโยคสุดท้ายยังจงใจอธิบายเหตุผลออกมา ด้วยกลัวว่าต้วนหลิงเทียนที่เป็นผู้ฝึกตนอิสระอาจไม่รู้เรื่องพวกนี้
เพราะสุดท้ายแล้วผู้ฝึกตนอิสระ อาจจะไม่ทราบว่าไฉนพื้นที่ต่างๆของนิกาย กลับมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะไม่เท่ากัน
“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างตามซุนเหลียงเผิงเข้าไปในหุบเขา และไปลอยล่องอยู่เหนือเกาะลอยเล็กๆเกาะหนึ่ง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือสถานที่พักอาศัยของเจ้า”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะมองไปยังลานเล็กๆบนเกาะลอยเบื้องหน้า
ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เข้าไปในลานเล็กๆบนเกาะลอยขนาดกะทัดรัดนี่ แต่เขาก็สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณฟ้าดินที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขาแห่งนี้ มันหนาแน่นเหนือกว่าส่วนอื่นๆของนิกายอมตะเป้าผู่ถึง 2 เท่า!