งให้ และคำผลาญฟ้าที่ว่าก็มาจากกระบี่ผลาญฟ้าอาสัญที่ยอมรับฟงชิงหยางเป็นเจ้านายคนใหม่นั่นเอง
จักรพรรดิอมตะทั้งหลายของจี้เมี่ยเทียนไม่ได้ล่วงรู้เรื่องที่ฟงชิงหยางทะลวงถึงขอบเขตเทพเจ้าแล้วเลย หาไม่แล้วพวกมันคงไม่คาดเดาว่าพลังฝีมือฟงชิงหยางเพียงรั้งอยู่ใน 10 อันดับแรกของรายนามจักรพรรดิสวรรค์หรอก
ต้องทราบด้วยว่าในรายนามจักรพรรดิสวรรค์นั้น มีจักรพรรดิสวรรค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ทะลวงถึงขอบเขตเทพเจ้าได้สำเร็จ แม้แต่อันดับที่ 2 กับ 3 ในรายนามจักรพรรดิสวรรค์ก็ยังเป็นแค่ครึ่งเทพเท่านั้น
ด้วยเพราะฟงชิงหยางจงใจปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ จึงไม่มีใครล่วงรู้ว่าตนได้บรรลุขอบเขตเทพเจ้าแล้ว นอกจากเหล่าข้ารับใช้คนสนิท
ส่วนเหตุผลที่ไฉนฟงชิงหยางจึงต้องปิดบังเรื่องนี้ เกรงว่าคงมีเพียงแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
“ใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ สาเหตุที่ทำให้ท่านเลือกจะปิดบังเรื่องที่ทะลวงถึงขอบเขตเทพเจ้าแล้ว ใช่เป็นเพราะวิหารเฟิงฮ่าวหรือไม่?”
ณ สถานที่แห่งหนึ่งของวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียน บนเกาะลอยส่วนตัว ปรากฏร่างเมิ่งหลัวยืนอยู่หน้ากระท่อมไม้เก่าๆหลังหนึ่ง กำลังเอ่ยถามชายหนุ่มชุดขาวที่นั่งบนโต๊ะหินอ่อนเรียบง่ายด้านหน้ากระท่อมไม้
“เมิ่งหลัวเรื่องบางเรื่องเจ้ารู้อยู่ในใจก็พอ…อย่าได้พูดมันออกมา”
ชายหนุ่มชุดขาวหรือก็คือฟงชิงหยางที่หวนคืนสู่ฐานะจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมี่ยเทียนเรียบร้อยแล้ว เงยหน้าขึ้นมาเหลือบมองเมิ