ปี้ไห่หมิงเฟิงรู้สึกอ่อนแรงอยู่บ้าง มันก็ผู้ตรวจการของคฤหาสน์เฉวียนโยวมาหลายปีแล้ว แต่นับว่านี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่มันรู้สึกไร้อำนาจต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ในสถานการณ์เช่นนี้มันย่อมไม่อาจใช้กำลังหรืออำนาจใดๆข่มขู่บีบคั้นเด็กน้อยคนหนึ่งได้ เว้นเสียแต่มันจะไม่กลัวขายขี้หน้าประชาชี…
“พูดมา!”
ปี้ไห่หมิงเฟิงเอ่ยผ่านพลังด้วยน้ำเสียงขัดใจเป็นที่สุด
หลังจากนั้นพอได้ฟังคำตอบผ่านพลังของต้วนหลิงเทียน ปี้ไห่หมิงเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเหิงฉานแห่งนิกายอมตะอวิ๋นไถด้วยสายตาอับจน ‘ไม่คิดเลยว่าลาหัวโล้นเฒ่านั่น มันถึงกับกล้าทุ่มทุนสร้างขนาดนี้…’
ผลประโยชน์ที่เหิงฉานเสนอให้หลิงเจวี๋ยอวิ๋นนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าผลประโยชน์ที่ทางจางกวงเจิ้นเสนอให้ต้วนหลิงเทียนเลย
‘บ้าเอ๊ย ทั้งหมดเป็นเพราะข้ายังอ่อนประสบการณ์ในด้านนี้เกินไป…หากรู้แต่แรกข้ายอมเฉือนเนื้อออกไปสักหน่อยก็จบแล้ว เพราะสุดท้ายเนือที่เฉือนไป ก็ใช่เนื้อข้าเสียเมื่อไหร่!’
จังหวะนี้ปี้ไห่หมิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่มันมาจัดการเรื่องราวอะไรพวกนี้ และมันก็ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้โดยสมบูรณ์ ไหนเลยจะเจนจัดเท่าหมาป่าเฒ่าเจ้าเล่ห์ทั้งหลายที่นี่ สุดท้ายก็ต้องแพ้ให้กับจางกวงเจิ้งและเหิงฉานไปอย่างน่าเสียดาย…
‘แต่มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวนั่น ข้าต้องนำตัวนางมาให้ได้ ไม่งั้นประมุขอีก 2 คนได้ดูแคลนข้าแน่!!’