แต่ต้วนหลิงเทียนก็เดาได้ไม่ยาก ว่าไม่พ้นจางกวงเจิ้งต้องกำลังใช้ยันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณติดต่อกับประมุขนิกายอมตะเป้าผู่อยู่แน่นอน
หลังจากนั้น จางกวงเจิ้งก็ส่งเสียงผ่านพลังมาให้คำตอบเขา “เต็มที่พวกเราให้เจ้าได้แค่ 2 ชิ้น…หากเจ้ายังคงยืนกรานว่าต้องได้ 3 ชิ้น เช่นนั้นเกรงว่านิกายอมตะเป้าผู่เราคงไร้วาสนากับเจ้าแล้ว”
หลังได้ฟังคำตอบของจางกวงเจิ้ง ต้วนหลิงเทียนก็รับทราบได้ทันทีว่านั่นคือขีดจำกัดที่อีกฝ่ายจะมอบให้ได้แล้ว หลังจากพยักหน้ารับคำ เขาก็เอ่ยออกเสียงดังฟังชัดว่า “ข้าเลือก…นิกายอมตะเป้าผู่!”
หลังกล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างไปหยุดลงด้านหลังจางกวงเจิ้งทันที ทำให้ใบหน้าจางกวงเจิ้งเผยรอยยิ้มที่แลดูน่าเกลียดปานร่ำไห้ออกมา “นิกายอมตะเป้าผู่ยินดีต้อนรับเจ้า…”
เมื่อเห็นว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นกับต้วนหลิงเทียนทยอยกันเลือกนิกายอมตะอวิ๋นไถและนิกายอมตะเป้าผู่ทีละคนๆ สีหน้าของปี้ไห่หมิงเฟิงก็เริ่มกลายเป็นบิดเบี้ยวดูไม่ได้
“ไม่ทราบว่านักพรตเฒ่าจาง กับลาหัวโล้นเหิงพวกท่าน…เสนอเงื่อนไขอันใดออกไปหรือ?”
ปี้ไห่หมิงเฟิงเลือกจะกล่าวถามออกมาตรงๆ เพราะมันรู้สึกว่าข้อเสนอของมันก็มากแล้ว แต่ไฉนยังไม่อาจทำให้หลิงเจวี๋ยอวิ๋นกับต้วนหลิงเทียนหวั่นไหวได้เล่า?
ทว่าจางกวงเจิ้งกับเหิงฉานนั้นไม่ต้อบอะไรออกมา เพียงคลี่ยิ้มบางๆให้ปี้ไห่หมิงเฟิงแทนคำตอบเท่านั้น