“ประมุขปี้ไห่ ท่านสำแดงพลังฝีมือร้ายกาจแบบนี้ ข้าเกรงว่าคนส่วนใหญ่ที่รอดกลับออกมาจากแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำ คงเทใจให้นิกายอมตะเหอฮวนของท่านหมดสิ้น…”
ปี้ไห่หมิงเฟิงพึ่งกลับมานั่งเอนกายได้ไม่ทันไร รองงประมุขนิกายเป้าผู่ จางกวงเจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“นั่นสิประมุขปี้ไห่…ท่านแสดงความเก่งกาจขนาดนี้ ไม่เป็นการรังแกผู้คนเกินไปหน่อยหรือ”
เหิงฉานผู้นำโถงอรหันต์ของนิกายอมตะอวิ๋นไถ ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเช่นกัน
สำหรับคนจากตระกูลจ่างซุนและตระกูลกงหยาง แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พวกมันก็หันมามองหน้ากัน พลางยิ้มขื่นขม
ประมุข 3 ของนิกายอมตะเหอฮวนแสดงพลังร้ายกาจขนาดนี้ แต่พวกมันกลับไม่ได้ทำอะไรเลย หากพวกมันเป็นคนที่กำลังจะเลือกขุมกำลังเข้าร่วม ไม่พ้นต้องเลือกจะเข้าร่วมกับนิกายอมตะเหอฮวนแน่นอน
“พวกเจ้าไม่ใช่ว่าหลังได้ยินที่สุมาผิงตงพูด ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ไม่คิดจะลงมือทำอะไร จนข้าต้องลงมือไม่ใช่รึไง?”
ปี้ไห่หมิงเฟิงเหลือบมองจางกวงเจิ้งกับเหิงฉาน พลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ในเมื่อพวกเจ้าไม่กล้าลงมือ เช่นนั้นข้าก็ได้แต่ลงมือเอง”
ได้ฟังวาจาดังกล่าวของปี้ไห่หมิงเฟิง จางกวงเจิ้งกับเหิงฉานก็หดหู่ใจไม่น้อย แต่พวกมันก็หมดคำจะพูด ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆอย่างจนปัญญาเท่านั้น
พวกมันก็อยากลงมืออยู่หรอก…