หากทั้ง 2 ตระกูลเพ่งเล็งมุ่งเป้าไปที่คนๆเดียวกัน ต่อให้คนๆนั้นจะเป็นอัจฉริยะของ 3 นิกาย 2 ตระกูล แต่ชีวิตก็ยังคงตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี
ทำให้การกระทำกก่อนหน้าของต้วนหลิงเทียน ทุกคนล้วนเข้าใจเหตุผลได้ไม่ยาก
สำหรับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่เป็นผู้ได้รับคะแนนนั้น ทั้งหมดคิดแค่ว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ได้รับคะแนนกินเปล่าไปเท่านั้น
ต่างจากพวกโอวหยาและเชวียจิงอวี่ ที่ล่วงรู้แต่แรกว่าต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นแลดูจะสนิทกันอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกมันต่างง่วนอยู่กับการช่วงชิงแท่นศิลาของตัวเอง ไม่ก็ทุ่มความสนใจไปกับการสัมผัสกฏแห่งเวลาจากค่ายกลเหนือหุบเขากกาลเวลา ไหนเลยจะมีเววลามากล่าวเตือนคนที่พวกมันไม่รู้จัก
“อวิ๋นจ้าน?”
เพียงเหลือบมองไปปราดเดียว มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็จดจำชายชุดแดงที่คิดท้าทายหลิงเจวี๋ยอวิ๋นได้ทันที อีกฝ่ายเป็นคนของขุมกำลังระดับ 8 แต่อายุค่อนข้างมากแล้ว ที่สำคัญยังจงใจระงับด่านพลังบ่มเพาะอีกด้วย
อวิ๋นจ้านที่ยังแลดูเป็นชายวัยกลางคนนั้น อันที่จริงมีอายุมากกว่าพันปีแล้ว…
คนเช่นมันเรียกว่าตั้งเป้าจะเข้ามาช่ววงชิงสมบัติในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำโดยเฉพาะ จึงระงับด่านพลังให้หุดอยู่ที่ขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด ไม่รีบทะลวงผ่าน