“ไอ้หนู ต่อไปก็อยู่ห่างๆมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวไว้ให้มาก…หาไม่แล้วเจ้าอาจตายไม่รู้ตัว!”
หลังเห็นมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวกับโอวหยาเหินร่างขึ้นไปแล้ว ชายหนุ่มชุดดำก็พาชายหนุ่มชุดเขียวมาหยุดเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน มันมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสาตาเยียบเย็นเอาเรื่อง ทิ้งคำขู่ไว้คำหนึ่ง ก่อนจะพาชายหนุ่มชุดเขียวเหินร่างขึ้นไปยังแท่นศิลาเหนือหุบเขา
หากไม่ใช่ว่ากลัวฆ่าต้วนหลิงเทียนไปแล้ว อีกฝ่ายอาจเป็นคนสุดท้ายที่ตายครบกำหนดเงื่อนไขการเปิดออกของแดนสวรรค์ใต้โบราณล่ะก็ ชายหนุ่มชุดดำคงเลือกลงมือสังหารต้วนหลิงเทียนไปนานแล้ว
เผชิญกับวาจาข่มขู่ของชายหนุ่มชุดดำ ต้วนหลิงเทียนแค่ส่ายหัวไปมาเบาๆ แต่ไม่คิดจะพูดอะไรออกมา
“ฮ่าๆๆ น้องชายเจ้านับว่าโชคดียิ่งนัก! ปกติหลี่หยวนผู้นั้นนิสัยอำมหิตไม่ไว้หน้าใคร ไม่คิดเลยว่ามันจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ”
หลังชายหนุ่มชุดดำกับบชายหนุ่มชุดเขียวพากันเหินร่างขึ้นไปบนฟ้า ชายชุดแดง 1 ใน 4 คนที่เหลือก็มองมาทางต้วนหลิงเทียนพลางกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ
“ใช่แล้วน้องชาย..ด้วยนิสัยของหลี่หยวน หากไม่ใช่เพราะมันกลัวว่าเกิดฆ่าเจ้าไป แล้วทุกคนอาจจะถูกส่งออกจากแดนสวรรค์ใต้โบราณทันที มันไม่พ้นต้องลงมือจัดการเจ้าแน่ นับว่าเจ้าโชคดีจริงๆ!”
ชายชราในชุดคลุมสีเงินกล่าวเสริม เห็นชัดว่ามันเห็นด้วยกับชายหนุ่มชุดแดง
“ฟังจากที่พวกท่านพูด…หมายความว่าหากมันคิดฆ่าข้า ตัวข้าก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือมันได้หรือ?”