แน่นอนว่าลึกลงไปในแววตาของมัน ยังฉายถึงความหึงหวงปานเพลิงไฟ!
“หืม?”
แทบจะทันทีที่ทั้ง 2 แผ่สำนึกเทวะมาตรวจสอบ ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ทันที จากนั้นเขาก็พบว่ามีชายหนุ่มชุดดำคนหนึ่งกำลังมองจ้องมาทางเขาด้วยสายตาดุร้ายปานยักษ์มาร!
‘ไอ้เจ้านั่น…มันเป็นใครอีกกัน?’
ต้วนหลิงเทียนย่นคิ้วเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลอบมองไปยังมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวหลายครั้ง เขาก็ตระหนักได้ถึงต้นตอของปัญหา ‘ให้มันได้ยังงี้สิ..สตรีนับเป็นบ่อเกิดเภทภัยโดยแท้’
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนคิดในใจอย่างเอือมระอา ด้านมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็ยังขุดหัวข้อมากมายมาชวนต้วนหลิงเทียนคุยไม่หยุด
วู้มมม!!
ครืนนนน!!
…
ทันใดนั้นเองเสียงสั่นสะเทือนเลือนลั่นหนึ่งพลันดึงขึ้นจากบนฟ้าเหนือหุบเขา ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งหมดในหุบเขาไปทันที
ต้วนหลิงเทียนเองก็เงยหน้าขึ้นไปมองชมเรื่องราวเหนือหุบเขาเช่นกัน
เขาจึงพบว่าเดิมฟ้าที่มีสีครามปานฟ้าในวันอากาศแจ่มใส บัดนี้ได้กลับกลายเป็นอึมครึมดั่งพยับหมอก อีกทั้งยังแลเห็นวันพลังลักษณะดั่งวงแหวนสีเทาสองวงซ้อนกัน กำลังหมุนคว้างอย่างแปลกประหลาด
มวลพลังบริเวณวงแหวนรอบนอกนั้นหมุนวนตามเข็มนาฬิกา
หากแต่วงแหวนพลังด้านในกลับหมุนวนทวนเข็มนาฬิกา
และทันใดนั้นเอง เสียงที่ทุกคนสงสัยว่าจะเป็นเสียงของจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง