ลูกตาของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นยังลุกวาวขึ้นมาทันใด จากนั้นก็มองไปยังแท่นศิลาที่ลอยเด่นสูงสุด
เรียกว่าแท่นศิลาที่ลอยสูงสุดนั่น เป็นสถานที่ๆดีที่สุดในหุบเขาแห่งนี้
ในขณะที่หลิงเจวี๋ยอวิ๋นมองไปยังแท่นศิลาสูงสุดนั่น ก็มีหลายคนที่มองจ้องไปเช่นกัน นอกจากคนที่เข้าใจความลึกซึ้งแห่งกฏ 2 ประการที่คิดจะต่อสู้ช่วงชิงแล้ว คนที่เหลือทำได้แค่รอดูท่าที
“กฏแห่งเวลา?”
ตอนนี้เองมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็หยุดการหาเรื่องชวนคุยต้วนหลิงเทียน และเงยหน้าขึ้นไปมองแท่นศิลาที่อยู่สูงสุดด้วยสายตาวาดหวัง!
ทว่าชมดูอยู่ไม่ทันไร ก็คล้ายนางจะนึกอะไรได้ออก จึงก้มลงมามองต้วนหลิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆทันที
“มีคำกล่าวว่า สุภาพสตรีก่อน…ต้วนหลิงเทียน ท่านเป็นบุรุษอกสามศอก คงไม่คิดช่วงชิงแท่นศิลาสูงสุดนั้นกับข้าหรอกกระมัง?”
หากที่นี่ไร้ตัวตนอย่างต้วนหลิงเทียนดำรงอยู่สักคน มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวคงมุ่งมั่นจะสยบทุกคนและช่วงชิงแท่นศิลาสูงสุดนั่นไปแล้ว
อย่างไรกก็ตาม ด้วยมีต้วนหลิงเทียนอยู่ ทำให้นางบังเกิดแรงกดดันอย่างหนัก!
เพราะนางรู้ดีแก่ใจ ว่าด้วยพลังของต้วนหลิงเทียน หากไม่เป็นฝ่ายเต็มใจสละแท่นศิลาสูงสุดนั่นให้นางด้วยตัวเอง ตัวนางก็ไม่มีวันช่วงชิงกับอีกฝ่ายได้เลย!
ถึงแม้จะรู้ดีว่าโอกาสมีริบหรี่ ทั้งเรื่องที่นางขอยังหน้าด้าน แต่นางก็ยังคงกล่าวออกไป เพื่อโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าถึงกฏแห่งเวลา