คลื่นน้ำที่สาดไปมาราวทะเลคลั่งเบื้องหน้า เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายน่ากลัวประการหนึ่ง และกลิ่นอายน่ากลัวที่ว่าก็ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างยิ่งยวด
กระทั่งวิญญาณของเขายังรู้สึกเสมือนสะท้านไปทันทีที่พบเจอมัน
“ที่เจ้าเห็นอยู่คือ น้ำพิฆาตวิญญาณ”
ทันใดนั้นเสียงหวงเอ้อพลันดังขึ้นในใจต้วนหลิงเทียนอย่างประจวบเหมาะ “น้ำพิฆาตวิญญาณที่ว่า เมื่อกระทบถูกร่างผู้คน มันก็สามารถเปล่งพลังเข้าไปทำลายดวงจิตของผู้คนได้”
“ไม่ว่าผู้ใดหากยังอยู่ใต้ขอบเขตขุนนางอมตะ หรือไร้อุปกรณ์อมตะป้องกันวิญญาณระดับสูง หากสัมผัสกับน้ำพิฆาตวิญญาณย่อมต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”
หวงเอ้อกล่าว
“น้ำพิฆาตวิญญาณ?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนหดหยีเล็กลง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเหินร่างลอยขึ้น ด้วยตระหนักว่าอีกไม่นานน้ำพิฆาตวิญญาณที่ว่าต้องเอ่อล้นมาท่วมตลิ่งที่เขายืนอยู่แน่
“แต่เป็นธรรมดาว่าน้ำพิฆาตวิญญาณนี่ไม่อาจทำอะไรเจ้าได้เลย…เพราะด้านนอกดวงจิตของเจ้ามีพลังของทองเทพสุดลี้ลับคุ้มกันอยู่ อาศัยพลังของน้ำพิฆาตวิญญาณย่อมไม่อาจนับเป็นอะไรได้”
วาจาต่อมาของหวงเอ้อ ทำให้ต้วนหลิงเทียนตระหนักว่าเขากังวลมากเกินไป ที่แท้เขาไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไรน้ำพิฆาตวิญญาณนี่เลย
“ชิบหาย มารดามัน! นิ…นี่คือน้ำพิฆาตวิญญาณ!!”
“น้ำพิฆาตวิญญาณ!? น้ำที่หากด่านพลังอ่อนด้อยกว่าขุนนางอมตะ เมื่อถูกมันสาดกระทบก็จำต้องตกตายคาที่นั่นนน่ะรึ!?”