วกมันรู้สึกเสมือนอีกฝ่ายเป็นดั่งต้วนหลิงเทียนที่ออกมาเอาเกราะอมตะระดับราชาก่อนหน้า
“มัน..คงไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งแห่งกฏ 2 ประการด้วยกระมัง?”
“เป็นไปไม่ได้! มันอายุไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ จะไปร้ายกาจขนาดนั้นได้อย่างไร?”
“แต่ต้วนหลิงเทียนก็อายุไม่ถึงร้อยปีด้วยไม่ใช่รึไร?”
“ก็ใช่ที่ต้วนหลิงเทียนอายุไม่ถึงร้อยปี แต่พวกเราได้ประจักษ์เรื่องความหมายลึกซึ้ง 2 ประการของมันแล้ว…พวกเจ้าคิดจริงๆหรือว่าในเขตปกครองคฤหาสน์เฉวียนโยวของเรา จะปรากฏอสูรกายอายุไม่ถึงร้อยเช่นต้วนหลิงเทียนทีเดียว 2 คน?”
“ข้าเองก็คิดว่าเรื่องพรรค์นั้นคงเป็นไปไม่ได้…ในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวเรา มีต้วนหลิงเทียนปรากฏตัวขึ้นมา ก็นับว่ายากพบพานในรอบพันหมื่นปีแล้ว ไฉนยังจะมีอสูรกายอย่างต้วนหลิงเทียนเป็นคนที่ 2 ได้…”
…
เชวียจิงอวี่และคนอื่นๆไม่คิดว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะเป็นอย่างต้วนหลิงเทียนไปได้ ที่อายุไม่ถึงร้อยยแต่เข้าใจความหมายลึกซึ้งของกฏสองประการ!
“เจ้าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นมันตั้งใจเลียนแบบข้าหรือ…”
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนเองก็อดไม่ได้ที่จะมองหลิงเจวี๋ยอวิ๋นพลางส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มแหยๆ แต่หากถามว่ายังมีใครในที่นี้ที่คิดว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะคว้าเกราะอมตะระดับราชามาได้ เกรงว่าคงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
กระทั่งเกราะอมตะระดับราชาตัวสุดท้ายนั่น ก็เป็นเขาจงใจทิ้งไว้ให้หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเอง
หากไม่ใช่เพราะหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเอ่ยออกมาว่าต้องการเกราะตัว