ีใครกล้าแตะเกราะอมตะระดับราชาทั้ง 3 ชิ้นเลย
และในการรบติดพันของทั้ง 8 ก็ยากจะหาตัวผู้แพ้ผู้ชนะ อีกทั้งต่างคนต่างก็ระวังตัวแจ จึงไม่อาจบอกได้ว่าเรื่องราวจะจบลงเมื่อใด
“หืม? ไฉนพวกเรามีกันแค่ 8 คนเล่า?”
และในบรรดาคนทั้ง 8 ที่ประมือกันกลางหาว ชายคนหนึ่งที่ฉากหลบออกมาเพื่อพักหายใจ ก็พึ่งจะรู้สึกถึงสถานการณ์โดยรอบ ส่วนอีก 7 คนที่เหลือก็ยังคงปะทะติดพันกันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตายไม่ได้รู้เรื่องราวใดๆ
ปงงง!
จากนั้นมันก็เลือกที่จะถีบเท้าย่ำความว่างเปล่าฉากร่างหลบออกมาให้ห่างวงต่อสู้เป็นการชั่วคราว ค่อยก้มลงมามองเบื้องล่าง จึงพบว่ายังมี 2 คนที่ยังยืนอยู่บนพื้นและไม่ได้เคื่อนไหวลงมือใดๆเลยอยู่นาน ปานไม่ได้เห็นเกราะอมตะระดับราชาทั้ง 3 เป็นสำคัญ
“พวกเจ้าทั้งคู่…ไม่สนใจเกราะอมตะระดับราชาทั้ง 3 นั่นรึ?”
ผู้ที่ถอนตัวออกมาจากวงต่อสู้เป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง มันมองจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นสักพัก สองตาก็ทอประกายเรืองขึ้นพลางเอ่ยถามออกไปเสียงดัง
เสียงของมันไม่เพียงดัง แต่ยังแฝงพลังบางส่วนเอาไว้ ทำให้ปลุกอีก 7 คนที่เหลือที่กำลังสู้กันให้ได้สติทันที จากนั้นแต่ละคนเพียงมองสบตากันสักพัก ก็พร้อมใจกันหยุดมือ ค่อยผละร่างออกจากกัน แล้วก้มลงไปมองต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น
พอเห็นต้วนหลิงเทียน ร่าง 4 ใน 7 คนก็สะท้านไปทันใด
เพราะพวกมันตระหนักได้ว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นี้ สมควรเข้าใจความลึกซึ้งของก