่ายด้วยความระวัง “นี่เจ้าเป็นใครกันแน่?”
“ข้าเองก็มาจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพเช่นกัน”
คล้ายล่วงรู้แต่แรกว่าต้วนหลิงเทียนต้องถามเรื่องนี้ออกมา หลิงเจวี๋ยอวิ๋นจึงสามารถตอบได้อย่างฉะฉานทันที “บอกเจ้าตามตรง ข้ามาจากตระกูลหลิงของแดนดินการล่มสลายแห่งทวยเทพ และเป็นตระกูลเร้นกายตระกูลหนึ่ง”
ขณะที่กล่าวถึงคำว่า ‘ตระกูลหลิง’ สองหมัดของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นพลันกำแน่น ลูกตายังกลายเป็นสีแดงฉาน ทั่วร่างยังปรากฏเจตนาฆ่าฟันออกมาอย่างยากระงับ
“ตระกูลหลิงของข้าแม้ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าตระกูลเซี่ย อีกทั้งความแข็งแกร่งยังด้อยกว่าตระกูลเซี่ยอยู่บ้าง…หากแต่ในอดีตครั้งสมัยตระกูลหลิงยังรุ่งเรืองนั้น ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลเซี่ยเลย”
ขณะที่กล่าวประโยคนี้ น้ำเสียงของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็ฟังดูเย็นชาเหลือเกิน ปานจะแช่ร่างผู้คนให้เป็นน้ำแข็ง
‘มันเกลียดตระกูลหลิงของมันนักหรือ?’
‘รึบางที…อาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลหลิงของมัน’
ถึงแม้หลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อ แต่ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นชิงชังของอีกฝ่ายชัดเจน จากจิตฆ่าฟันที่เอ่อล้นออกมาทั่วร่างนั่น
เป็นความเคียดแค้นอาฆาตอันสาหัสนัก ไม่ใช่ความแค้นเล็กๆน้อยแน่นอน!
“เจ้าเรียกข้ามา…เพื่อพูดแค่นี้เหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
หลังจากเข้ามาในห้องโถงแล้ว นอกจากประโยคแรกที่ต้วนหลิงเทียนเอ่ยขึ้น จากนั้นต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็เลือกใช้การส่