สึกคุกคามต่อหวงเจียเชาไม่น้อย มันจำต้องเร่งปะทุพลังชั่วชีวิตสร้างม่านพลังกำบังกันไว้ก่อนทันที
“น้องต้วน! ข้าได้ยินมาว่าหากผู้ใดคิดครอบครองสิ่งที่อยู่ภายในวาสนาสถาน ก็จำต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน…จากที่ดูตอนนี้ ข้าว่าทั้ง 2 คนนั่น มันยังไม่ได้ผ่านบททดสอบอันใด พวกมันสมควรเข่นฆ่ากันเพื่อช่วงชิงสิทธิ์เข้ารับการทดสอบเท่านั้น!!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรชึ้น เสียงของหวงเจียเชาพลันดังขึ้นเข้าเขาอย่างประจวบเหมาะ “และในประวัติศาสตร์ของแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำ มียอดเซียนอมตะไม่น้อยที่ต้องตกตายไปในการทดสอบของวาสนาสถาน…ทั้งหมดเพราะพวกมันไม่มีพลังมากพอจะครอบครองสมบัติในวาสนาสถาน!!”
“การทดสอบรึ?”
พอดิ้นคำพูดของหวงเจียเชา ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มกวาดตามองไปยังรังสีกระบี่ที่ลอยล่องอยู่รอบกายทันที เรียกว่ารังสีกระบี่ที่ว่ายังมีจำนวนนับหมื่นพันแล้ว!!
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
…
หลังจากก่อเกิดรังสีกระบี่ต่ออีกไม่กี่ร้อยครั้ง ในที่สุดแท่นศิลาทรงกระบี่ก็หยุดปลดปล่อยพลังลี้ลับออกมาเสียที และราวกับนัดกันมา รังสีกระบี่นับหมื่นพันที่ก่อตัวลอยล่องอยู่เต็มโถงจัตุรัส ก็พุ่งออกไปปานสายฟ้าฟาด จี้ตรงไปยังทิศทางหนึ่ง!
และทิศทางที่พวกมันพุ่งเข่นฆ่าสังหารเข้าใส่ ก็คือจุดที่ต้วนหลิงเทียนยืนอยู่!
ฟั่บ! ฟั่บ! ฟั่บ! ฟั่บ! ฟั่บ! ฟั่บ!
…
เมื่อรังสีกระบี่นับหมื่นพันที่ก่อตัวเต็มโถงเริ่มพุ่งเข้า