เทียนไม่อาจมองท่าร่างของสุมาฉุนได้ชัดเจนอีกต่อไป
‘นี่มัน…ความลึกซึ้งประการที่สองของกฏแห่งลมที่มันเข้าใจงั้นรึ?’
ในห้วงเวลาพริบตาดุจฟ้าแลบ หน้าต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนสีไปไม่น้อย!
เพราะนอกจากกความเป็นไปได้ข้อนี้ เขาไม่อาจหาคำใดอื่นมาอธิบายได้อีก ว่าสุมาฉุนอาศัยอะไรถึงสามารถยกระดับความเร็วได้น่ากลัวขึ้นถึงขนาดนี้ ‘อยู่ๆความเร็วของมันก็ปะทุสูงขึ้นในชั่วพริบตา…ความหมายลึกซึ้งประการที่สองของกฏแห่งลมที่มันเข้าใจ สมควรจะเป็นความลึกซึ้งที่เน้นสนับสนุนในแง่ของความเร็วเป็นหลักสินะ!’
ต้วนหลิงเทียนลอบคาดเดาในใจ
“ไอ้หนู หากเจ้าไม่อยากตายรีบเร่งเร้าพลังเซียนยอมตะผสานธาตุดินแล้วถ่ายทอดมันลงเกราะอ่อนที่เจ้าสวมอยู่เสีย! เร็วเข้า!!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทีนกำลังคาดเดาเรื่องราวในใจ เสียงแฝงความกังวลเล็กน้อยของปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินพลันโพล่งดังขึ้นอย่างประจวบเหมาะ!
ได้ยินคำของปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดิน ต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้า เร่งระดมพลังเซียนยอมตะต้นกำเนิดที่ผสานไว้ด้วยพลังแห่งธาตุดิน พลางถ่ายทอดลงสู่เกราะอ่อนอมตะระดับราชาที่เขาสวมไว้ เพื่อเปิดใช้พลังอำนาจของมันทันที
ทันใดนั้นเมื่อเกราะอ่อนสำแดงพลังอานุภาพ ทั่วร่างต้วนหลิงเทียนก็ปรากฏเงาร่างเกราอ่อนเกล็ดแดงหนึ่งขึ้นมาห่อหุ้มปกคลุมเอาไว้
และในขณะที่เงาร่างเกราะอ่อนเกล็ดแดงปรากฏขึ้นคลุมกายต้วนหลิงเทียน พลังลี้ลับสีเหลืองแก่ขุมหนึ่งก็หลั่งไหลไปผสานรวมเข้ากับเงาร่