ภัยด้วยแต่อาตมาเองก็ไม่อาจเห็นด้วยกับท่านในเรื่องนี้…”
หลวงจีนชราในชุดจีวรสีทองของนิกายอมตะอวิ๋นไถ ‘เหิงฉาน’ เอง ก็กล่าวปฏิเสธออกมาตามติด
นิกายอมตะอวิ๋นไถนั้น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขก็คือผู้ที่มีฐานะสูงส่งที่สุด
รองจากประมุขแล้ว นอกจากผู้พิทักษ์ 2 คน ตัวตนที่มีสถานะสูงสุดก็คือ ผู้นำโถงอรหันต์ของนิกายอมตะอวิ๋นไถ
ผู้นำโถงอรหันต์ของนิกายอมตะอวิ๋นไถ ยังเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดรองจาก 3 คนที่ว่า…
เช่นนั้นจึงกล่าวได้ว่าในนิกายอมตะอวิ๋นไถแล้ว นอกจากประมุขกับผู้พิทักษ์อีก 2 คน ‘เหิงฉาน’ ผู้นี้ก็มีพลังฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใดเลย
“ประมุขปี้ไห่ ขอท่านอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจในเรื่องนี้เลย…”
ผู้เฒ่ากงหยางอวี่ของตระกูลกงหยาง กล่าวด้วยรอยยิ้มเหยเก เทียบกับเหิงฉางและจางกวงเจิ้งแล้ว มันแลดูลำบากใจไม่น้อย คล้ายกับขาดความมั่นใจในตัวเอง
“ประมุขปี้ไห่ ข้าว่ารอให้เจ้าหนูนั่นมันรอดกลับออกมาก่อน แล้วให้มันเลือกตามใจของมันเถิด…”
จ่างซุนฉงฉี อาวุโสลำดับที่ 2 ของตระกูลจ่างซุนกล่าวปิดท้าย แม้น้ำเสียงจะฟังดูสงบราบเรียบ แต่ถ้อยคำที่ใช้กลับแฝงความนัยเป็นการปฏิเสธปี้ไห่หมิงเฟิงโดยอ้อมอย่างรักษาน้ำใจ
ได้ยินคำตอบของทั้ง 4 ลูกตาของปี้ไห่หมิงเฟิงหยีลงเล็กน้อย ยังฉายแววแหลมคมออกมาวาบหนึ่ง หากแต่มันก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาสืบต่อ
อาศัยพลังฝีมือของมันตอนนี้ ต่อให้ทั้ง 4 คนเบื้องหน้าจะผนึกกำลังร่วมมือกัน มันก็สามารถเข