ทว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น กลับชมดูอยู่ได้นานสองนานโดยที่ไม่เป็นอะไร ผิดกับยอดเซียนอมตะผู้อื่นลิบลับ เพราะต่อให้เป็นยอดเซียนอมตะคนอื่นที่สามารถทนมองได้นานที่สุด ยังใช้เวลาได้ไม่ถึงครึ่งของต้วนหลิงเทียน! ที่สำคัญท่าทียังทำราวกับเป็นฝ่ายเลิกมองไปเอง ไม่ใช่มองต่อไม่ไหว!!
“น่าสนใจจริงๆ”
บนเกี้ยวที่ใช้ผู้คน 8 คนแบกหาม ปี้ไห่หมิงเฟิงที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนอยู่ มุมปากก็เริ่มยกยิ้มขึ้นมาบางๆ
หลังจากที่เหล่ายอดเซียนอมตะรวมถึงต้วนหลิงเทียนละสายตาออกมาจากป้ายเหล็กบนคานประตูแล้ว ยอดฝีมือที่นำพาเหล่ายอดเซียนอมตะทั้งหลายมา หลังจากชมดูอยู่ได้ต่อราวๆสิบลมหายใจ ก็พากันละสายตากลับมาเช่นกัน
“อักษร 4 ตัวนั่น…คงมิใช่จอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ของพวกเราเขียนทิ้งไว้หรอกนะ?”
ยอดเซียนอมตะผู้หนึ่งหันไปถามผู้นำของตัวเอง
“เจ้าเดาได้ถูก…อักษรทั้ง 4 นั่นเป็นจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ของพวกเราเขียนไว้จริงๆ เพียงแต่ว่าข้าเองก็ไม่อาจบอกเจ้าได้ ว่าเป็นจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้รุ่นใดที่เขียนมันทิ้งไว้”
ในบรรดาผู้ที่มาครั้งนี้ มีหลายคนที่ล่วงรู้ว่าอักษรทั้ง 4 เป็นผลงานของจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ เพียงแค่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้รุ่นใด
“ให้ตายเถอะ…นั่นเป็นแค่อักษรที่เขียนทิ้งไว้แท้ๆ…หากจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ตัวจริงปรากฏตัว พลังฝีมือที่แท้จะสะท้านขวัญผู้คนขนาดไหนกัน?”
หวงเจียหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ