และคนกลุ่มนี้ นอกจากผู้ที่แบกหามเกี้ยวทั้ง 8 คนที่ใส่ชุดกุลีสีเทาแลดูเรียบง่ายแล้ว ที่เหลือล้วนแต่งงองค์ทรงเครื่องมาจัดเต็ม แลดูหล่อเหลาทั้งงดงามมีระดับไม่น้อย
“นิกายอมตะเหอฮวนมากันแล้วรึ!!”
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังมองดูชมคนกลุ่มดังงกล่าวด้วยความสนใจ เสียงตื่นเต้นยินดีหนึ่งพลันดังขึ้นข้างๆเขา
เสียดังกล่าวยังคุ้นหูเขาเหลือเกิน เรียกว่าเพียงได้ฟังเขาก็บอกได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปดู ว่าเป็นเสียงของหวงเจียหลง
“เอ่อ พี่เจียหลง ไฉนท่านแลดูตื่นเต้นนักเล่า?”
ต้วนหลิงเทียน อดไม่ได้ที่จะกล่าววถามหวงเจียหลงด้วยสีหน้างุนงง ด้วยไม่ทราบว่าไฉนอีกฝ่ายถึงได้แลดูตื่นเต้นจนออกนอกหน้านอกตาแบบนี้
“อั้ยน้องต้วน ก็ข้าตื่นเต้นจริงๆนี่นา”
เห็นต้วนหลิงเทียนหันมามองถามด้วยยสาตาสงสงสัย หวงเจียหลงก็คลี่ยิ้มราวตัวโง่งม ก่อนที่จะหันกลับไปมองกลุ่มคนของนิกายอมตะเหอฮวนด้วยสายตาชื่นชม
“เหตุไฉนที่ข้าตื่นเต้นขนาดนี้ ก็เพราะนิกายอมตะเหอฮวน เป็นนิกายอมตะที่ข้าอยากเข้าร่วมมากที่สุดในบรรดานิกายอมตะทั้ง 3…”
หวงเจียหลงกล่าวออกมาอย่างคึกคัก “และคนที่นำพากลุ่มคนของนิกาอมตะเหอฮวนเดินทางมาครั้งนี้ หากข้าจำไม่ผิดสมควรเป็น 1 ใน 3 ประมุขนิกายอมตะเหอฮวน ปี้ไห่หมิงเฟิง!”