เชวียจิงอวี่ตอนนี้สภาพแลดูไม่ได้อยู่บ้าง สีหน้ายังซีดลงอย่างเห็นได้ชัด โลหิตกระอักออกปากคำหนึ่ง กลับกลายเป็นบุปผาสีแดงฉานเบ่งบานกลางหาว ต้องสะทอนแสงอัสดงเป็นประกายระยิบระยับ…
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของทุกผู้คนเพียงหยุดอยู่กับเชวียจิงอวี่ที่ถูกซัดจนปลิวแค่ครู่เดียว จากนั้นก็รีบหันกลับไปชมดูทางด้านต้วนหลิงเทียนทันที
จึงพบว่าต้วนหลิงเทียนยังคงลอยร่างค้างกลางหาวอย่างเงียบงัน มือซ้ายถือร่มคันหนึ่ง ส่วนมือขวาถือพลอง สีหน้าท่าทียังแลดูสงบเหมือนตอนแรก ไร้ซึ่ความเปลี่ยนแปลงใดๆ
ที่สำคัญเลยก็คือ…เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย!
“บ้าน่า…เรื่องงพรรค์นี้มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?”
“มัน…มันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลยรึ!?”
“พลังป้องกันของมันไฉนร้ายกาจถึงขนาดนั้นได้กัน…เป็นไปได้หรือไม่ที่มันจะเข้าใจความลึกซึ้งอื่นๆของกฏแห่งดิน ที่เน้นไปในด้านป้องกันโดยเฉพาะ!?”
“เป็นไปไม่ได้! หากมันใช้พลังความลึกซึ้งอื่นๆของกฏแห่งดิน ไหนเลยราชาอมตะมากมายที่ชมดูอยู่จะไม่สังเกตเห็น?”
…
เมื่อเห็นเชวียจิงอวี่ถูกซัดจนปลิวแลดูบาดเจ็บ ทว่าทางด้านต้วนหลิงเทียนกลับไม่เป็นอะไรเลย ผู้ชมก็ตกใจไม่น้อย พากันมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาตกตะลึงพรึงเพริด!
จังหวะนี้กระทั่งฮ่องเต้ฝูชิวเองยังมองต้วนหลิงเทียนด้วยสองตาเบิกโพลงราวตัวโง่งม
อันที่จริงมันไม่ได้มั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนมากสักเท่าไหร่