กระทั่งลูกแก้วเงาลอยที่บันทึกการประมือของตัวตนขอบเขตขุนนางอมตะที่ใช้พลังแห่งกฏ ตระกูลราชวงศ์ของประเทศตันจี้เองก็มีเก็บไว้ไม่น้อย ทว่าพวกมันก็ไม่คิดจะนำมาเก็บไว้ในหอตำราหลวงเช่นกัน
“พี่เจวี๋ยอวิ๋น หรือท่านให้ข้าไปยั่วยุท้าทายเจ้านั่นให้มาประลองกับท่านดีไหม…หากมันแพ้ท่าน เช่นนั้นก็ให้ประเทศฝูชิวถอนตัวเรื่องการประมูลไส้เดือนฝอยทองไปเสีย?”
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนกับพวกทั้ง 2 เดินจากไปแล้ว ชายหนุ่มชุดสีเงินก็หยีตาเอ่ยถามความเห็นชายหนุ่มชุดเทาดู
“แล้วหากข้าแพ้มันล่ะ?”
หลิงเจวี๋ยอิ๋นย้อนถาม
“แพ้?”
มุมปากชายยหนุ่มชุดเงินถึงกับกระตุกขึ้นมาตงิดๆ
มันไม่คิดไม่ฝันมาก่อนจริงๆว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะพูดเรื่องที่ตัวเองอาจจะพ่ายแพ้ออกมา ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็เป็นยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ดุจเดียวกัน!
กระทั่งคนของประเทศตงหมิงที่อยู่ด้านหลังยังอดไม่ได้ที่จะอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น มองไปยังหลิงเจวี๋ยอวิ๋นอีกครั้ง ยังเผยสายตาแปลกๆ ราวกับพึ่งเคยเห็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเป็นครั้งแรก!
“ข้า หลิงเจวี๋ยอวิ๋น เซียนกระบี่ขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ หากมือผู้ใดสามารถรับหนึ่งกระบี่ของข้าได้ ให้ถือเสียว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้!”