“ข้าคิดว่าคงไม่มีพวกท่านคนใดอยากฆ่าข้าโดยไม่ได้รับกระบี่อมตะจอมราชัน แถมยังต้องถูกเผ่าพยัคฆ์เหินตามล่ากระมัง?”
วาจาปลอดโปร่งงเสียงดังฟังชัดที่ไป๋กังประกาศออกมา ทำให้เหล่ายอดฝีมือขอบเขตราชาอมตะที่มาซุ่มจับตาดูอยู่เต็มพระราชวังหลวงหน้าเหวอไปตามๆกัน หลายคนยังรู้สึกไปไม่เป็นอยู่บ้าง…
“เจ้าไป๋กังนั่นมันเอากระบี่อมตะจอมราชันไปซ่อนไว้แล้วจริงๆหรือ…ใช่มันกำลังหลอกพวกเราอยู่หรือไม่ ที่แท้อาจเป็นมันที่เก็บไว้กับตัว?”
“กระต่ายยังมี 3 โพรง เจ้าคิดว่าหากเจ้าตกอยู่ในสภานการณ์เดียวกันกับมัน เจ้ายังจะกล้าพกกระบี่อมตะจอมราชันไว้กับตัวไม่คิดหาทางหนีทีไล่อันใดไหม? หรือเจ้าเบื่อชีวิตแล้ว?”
“แม้จริงเท็จยากล่วงรู้ แต่ที่รู้คือยามนี้ความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นเป็นทบเท่าทวี…แล้วยังจะมีผู้ใดคิดแบกรับความเสี่ยง? สุดท้ายแล้วการเข่นฆ่ามันตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายอำนาจของเผ่าพยัคฆ์เหินแม้แต่น้อย…”
“มิผิด ยิ่งสถานการณ์มาลงเอยอีหร็อบนี้ ยิ่งไม่มีผู้ใดอยากเป็นนกตัวแรก…น่าเสียดายที่ข้ารู้ข่าวนี้ช้าเกินไป ไม่ทันได้ลงมือก่อนที่เจ้าไป๋กังนั่นมันจะเอากระบี่อมตะจอมราชันไปซ่อน”
…
ถึงแม้ว่าผู้ฝึกตนอิสระขอบเขตราชาอมตะมากมายยินดีที่จะเสี่ยง แต่ตอนนี้พวกมันก็ไม่อาจแบกรับความเสี่ยงอย่างไร้จำเป็นเพื่อกระบี่อมตะจอมราชันที่ไม่รู้อยู่ที่ไหนได้…แต่พวกมันก็ไม่คิดจะถอนตัวกลับไปโดยง่าย!