ในขณะที่กำลังเดินฟังทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ต้วนหลิงเทียนที่เดินอยู่ข้างๆพลันได้ยินเสียงชราหนึ่งโพล่งดังขึ้นในหัว ทำให้เขาสะดุ้งตกใจไม่น้อย “อาวุโสเพลิงเทพโกลาหล?”
เขาย่อมจดจำได้ทันทีว่านี่คือเสียงของเพลิงเทพโกลาหล
“ผู้อาวุโสมีเรื่องอะไรหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเองก็ตระหนักได้ว่าสมควรมีเรื่องเร่งด่วนอะไรแน่ เพราะทุกครั้งที่เพลิงเทพโกลาหลหรือทองเทพสุดลั้บเป็นฝ่ายติดต่อมาหาเขานั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาทั้งสิ้น
หากไม่ติดต่อเขา ก็ยังถือว่าไร้เรื่องราวใดๆ
เขาเองก็พอตระหนักได้ว่าทั้งคู่ไม่อาจสื่อสารกับเขาได้นาน เพราะเหมือนจะต้องใช้พลังบางอย่างเพื่อสื่อสารกับเขา พอใช้พลังไปแล้วก็จำต้องเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักฟื้น
“ข้าสัมผัสได้อย่างเลือนราง…กลิ่นอายของปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้ มิหนำซ้ำมันยังตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง”
“และเท่าที่สัมผัสได้ มันสมควรเป็นปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นที่ 1”
เพลิงเทพโกลาหลกล่าว
“เมื่อครู่ข้าเองก็รู้สึกเหมือนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังคุ้นเคยบางประการ แต่ไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นอะไร…ที่แท้ก็เป้นปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินนั่นเอง”