และแทบจะพร้อมกันกับที่เสียงสบถเยียบเย็นของชายวัยกลางคนในชุดคลุมขาวดังขึ้นเข้าหู พนักงานร้านที่กำลังก้าวอาดๆเข้าไปก็เสมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ร่างพวกมันที่ก้าวออกได้ครึ่งทาง มีอันต้องชะงักค้างหยุดลง
และวินาทีต่อมาร่างของพวกมันก็คล้ายถูกพลังมหาศาลซัดกระแทก! คนล้วนปลิดปลิวกระเด็นย้อนกลับไปปานลูกเกาทัณฑ์พ้นคันศร! โลหิตกระอักออกปากเป็นสาย!!
ฟืด~!!
เห็นฉากดังกล่าวผู้คนภายในร้านอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ และตระหนักได้ว่าผู้มานั้นหาใช่คนที่ใครจะตอแยด้วยได้!
“ท่านลูกค้า มิทราบท่านรู้หรือไม่ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังร้านของพวกเรา”
ชายชราเคราขาวหันไปจับจ้องมองกล่าวกับชายวัยกลางคนคลุมขาวเสียงแข็ง สองตามองจ้องเขม็ง ลึกลงไปยังฉายชัดถึงความหวั่นหวาดประการหนึ่ง
มันที่เป็นผู้เข้มแข็งที่สุดภายในร้าน แต่กระนั้นกลับมิอาจมองออก…ว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ลงมืออย่างไร!
ดังนั้นมันจึงไม่กล้าเคลื่อนไว้ลงมืออย่างบุ่มบ่าม เพียงกล่าวคำยกอ้างเบื้องหลังทางร้านออกมา หมายข่มขู่ให้ชายวัยกลางคนบังเกิดความหวั่นเกรง
“เสี่ยวเทียน ส่งกระบี่ในมือเจ้ามาให้ข้าชมดูหน่อย…”
อย่างไรก็ตามชายวัยกลางคนคลุมขาวนั้น ไม่ได้แยแสหรือสนใจอะไรเฒ่าชราเคราขาวแม้แต่น้อย เพียงก้าวอาดๆไปหาต้วนหลิงเทียนที่กำลังลองกระบี่พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อาไป๋”