ไป๋กังที่อยู่ข้างๆผู้เฒ่าโม่ ก็เห็นได้ชัดว่ารู้จักผู้ตรวจการหวงคนนี้เช่นกัน จึงทักทายออกไปด้วยรอยยิ้ม
และฟังจากคำทักของไป๋กัง ที่แท้ผู้ตรวจการเหอผู้นี้ ก็ชื่อแซ่เต็มๆว่าเหอเฟิงนั่นเอง
“ไป๋กัง แม้ตอนนั้นพวกเราจะเสมอกัน แต่เพราะมันเป็นแค่ประลองวัดฝีมือ หาได้เข่นฆ่ากันให้ตายไปข้าง…หากพวกเราคิดสู้กันให้ตายไปข้าง ผู้ชนะย่อมเป็นเจ้าแน่ ข้ายอมรับว่าสู้เจ้าไม่ได้”
เหอเฟิงหลังได้ยินคำพูดของไป๋กัง มันก็หันไปมองกล่าวกับไป๋กังด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“อั้ย! ที่เจ้าพูดมาข้าก็รู้…แต่นี่มันผ่านไป 10 ปีแล้วไง เจ้าสมควรก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย พวกเราก็ไปต่อยตีกันสักยกเถอะ ข้าเดินทางมาตั้งไกลเชียวนา!”
ไป๋กังมองกล่าวกับเหอเฟิงอย่างคึกคัก ในลูกตายังฉายถึงจิตต่อสู้อันกระเหี้ยนกระหือรือออกมา
“ได้! ในเมื่อเจ้าอยากสู้จริงๆ ไว้จบงานประมูลของตระกูลราชวงศ์ก่อนพวกเราค่อยไปตีกันนอกเมือง…คราวนี้เจ้าก็ไม่ต้องออมมือให้ข้าแล้ว เจ้าคืนร่างจริงมาฉะกับข้าให้สมใจสักคราเถอะ”
หลังได้ยินคำพูดรบเร้าของไป๋กัง ครู่ต่อมาลูกตาของเหอเฟิงก็ลุกวาวขึ้นมาด้วยจิตต่อสู้เช่นกัน เห็นได้ชัดว่ามันบ้าจี้ไปกับไป๋กังจนคึกอยากจะสู้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“ฮ่าๆๆ…ประเสริฐ! ดูเหมือน10 ปีที่ผ่านผู้แซ่เหอเจ้าจะก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย! เพราะหากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนเจ้าไม่กล้าพูดแน่ว่าจะให้ข้าคืนร่างจริงมาสู้!”