กล่าวถึงจุดนี้หงเจียหลงก็หยุดลงครู่หนึ่ง
‘หืม มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่ได้เป็นสมาชิกเผ่า แต่กลับมีระดับพลังฝึกปรือเหนือกว่าผู้นำเผ่าที่สมควรมีทรัพยากรมากที่สุด แถมสะกดให้คนทั้งแดนสวรรค์ใต้ไม่กล้าแตะต้องเผ่าพญาอินทรีย์ขนดำได้อีก?’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเหลือเชื่อ ในสายตาเขาเรื่องนี้มันค่อนข้างเกินจริงอยู่บ้าง
ในแดนสวรรค์ใต้กลับมีพญาอินทรีย์ทมิฬเนตรม่วงตนหนึ่งที่บรรลุถึงขอบเขตจอมราชันอมตะได้ แต่ทว่าพญาอินทรีย์ทมิฬเนตรม่วงตนนั้นกลับไม่ได้อยู่ในเผ่า?
แล้วทำอย่างไรถึงได้มีพลังอำนาจพอจะยืนหยัดได้ในสวรรค์แดนใต้จนไม่มีใครกล้าแตะต้อง?
“หรือพญาอินทรีย์ทมิฬเนตรม่วงตนนั้น จะไปพบพานวาสนาปาฏิหาริย์อะไรทำนองนั้น จนมีพลังเข้มแข็งถึงขั้นเหนือกว่าจอมราชันอมตะ 1 ต้นกำเนิดทั้งมวล?”
ต้วนหลิงเทียนฉุกคิดถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา จึงเอ่ยถามออกไป
“ไม่!”
ทว่าหวงเจียหลงกลับปฏิเสธข้อสันนิษฐานนี้ของต้วนหลิงเทียนทันที “พญาอินทรีย์ทมิฬเนตรม่วงตนนั้น อย่างไรก็เป็นแค่จอมราชันอมตะ 1 ต้นกำเนิด อาศัยพลังฝีมือของมัน ไม่เพียงพอจะปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้หรอก…”
“แล้วเพราะอะไรหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน
“เป็นเพราะว่า…พญาอินทรีย์ทมิฬเนตรม่วงตนนั้นมีฐานะที่ไร้ผู้ใดสั่นคลอนได้ในแดนสวรรค์ใต้! มันเป็นสัตว์ขี่ของจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้!!”