‘สำหรับขั้นที่ 3 หรือก็คือระดับขั้นในปัจจุบันของเพลิงเทพโกลาหล มันมีพลังอำนาจทัดเทียมเพลิงอมตะระดับสูง หากแต่พลังอำนาจของมันกลับอยู่เหนือเพลิงอมตะระดับสูงงทั้งหลายไปไกลโข’
‘นอกจากนี้เพลิงเทพโกลาหลยังแตกต่างจากเพลิงอมตะที่พบเห็นได้ทั่วไปเป็นอย่างมาก ข้าสามารถแปลงคุณลักษณะพลังของมันให้อ่อนโยนหรือแข็งกร้าวได้ตามใจ เหมาะที่จะใช้ทั้งในการหลอมโอสถอมตะและอุปกรณ์อมตะ’
‘อีกทั้งมันยังช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจในเต๋าแห่งการหลอมโอสถอมตะให้ข้าได้อีก…’
…
‘และเพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 3 กับทองเทพสุดลี้ลับยังกล่าวเหมือนกันอีกว่า…สามารถช่วยเหลือข้าให้เข้าใจพลังแห่งกฏได้อย่างรวดเร็ว หากข้าได้วรยุทธ์อมตะหรือเวทย์พลังระดับราชาที่มีกฏแห่งไฟหรือทอง?’
‘ถ้างั้นหากเพลิงเทพโกลาหล กับทองเทพสุดลี้ลับมันพัฒนาไปยังขั้นที่สูงกว่านี้เล่า ใช่จะมีประโยชน์มากกว่านี้หรือไม่?’
พอคิดถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกกระเหี้ยนกระหือรือ อยากเห็นพลังอำนาจของพวกมันหลังพัฒนาได้แล้วจริงๆ
แต่เป็นธรรมดาว่าเขาเองก็รู้ดี ว่าหากคิดจะทำให้พวกมันยกระดับพัฒนา ก็มีแต่ต้องหาเพลิงเทพโกลาหล หรือทองเทพสุดลี้ลับอื่นๆให้พวกมันดูดกลืน
“หลังจากนี้อีก 2 เดือนตระกูลราชวงศ์ของประเทศตันจี้จะจัดงานประมูลขึ้นที่เมืองหลวงของประเทศตันจี้…ถ้างั้นพวกเราไปเยือนที่พักของหวงเจียหลง เพื่อหารือกับเจ้าเมืองตู้อวิ๋นบิดาของหวงเจียหลงเรื่องนี้กันก่อนดีกว่า”