“ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ฮ่องเต้ตงหมิงเองก็อยากได้โอสถเฉียนจินถึงขีดสุด เพื่อมอบให้อัจฉริยะที่เป็นผู้ฝึกตนพเนจรผู้นั้น…ถึงแม้หลังได้รับโอสถเฉียนจินไปแล้ว สุดท้ายอัจฉริยะผู้นั้นก็ต้องจากไปเข้าร่วมกับ 3 นิกาย 2 ตระกูล และไม่มีความผูกพันอันใดกับประเทศตงหมิง แต่ฮ่องเต้ตงหมิงก็เชื่อว่าด้วยศักยภาพและความสามารถของมัน หลังออกจากแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำ ต้องถูกประเมินให้เป็นอัจฉริยะระดับสูงสุดแน่นอน”
“อัจฉริยะเช่นนี้หลังจากเข้าร่วมกับ 3 นิกาย 2 ตระกูลแล้ว ขุมกำลังได้ที่ได้รับตัวมันไป ย่อมไม่ตระหนี่รางวัลต่อประเทศต้นสังกัด ที่สามารถเฟ้นหาอัจฉริยะเช่นนี้มาให้เป็นแน่”
กล่าวถึงจุดนี้ ผู้ที่มารายงานก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง “สถานการณ์ของอัจฉริยะไร้สังกัดผู้นั้นในประเทศตงหมิง กล่าวไปก็เหมือนคุณชายต้วนไม่มีผิด”
“คุณชายต้วนตัวท่านเองก็อาศัยด่านพลังขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ สยบยอดฝีมือขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดของประเทศฝูชิวเราในการประลองสวรรค์ใต้ได้อย่างราบคาบ!”
“กล่าวได้ว่า ถ้าคุณชายต้วนที่เป็นยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ เป็นอันดับ 1 ในขอบเขตยอดเซียนอมตะของประเทศฝูชิวเรา…เช่นนั้นผู้ฝึกตนไร้สังกัดอัจฉริยะผู้นั้น ก็เป็นยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ ที่มีพลังฝีมือเป็นอันดับ 1 ในขอบเขตยอดเซียนอมตะของประเทศตงหมิง!”
ผู้ที่มารายง่านกล่าวสืบต่อ
“ยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ เข้าใจพลังของกฏแล้ว?”