“และยิ่งเป็นอัจฉริยะที่ทำผลงานได้ยอดเยยี่ยมมากเท่าไหร่ ทาง 3 นิกาย 2 ตระกูลก็จะยิ่งให้ความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ต้นสังกัดของอัจฉริยะเช่นนั้นก็จะพลอยได้อานิสงค์ไปด้วย เพราะ 3 นิกาย 2 ตระกูลจะมอบรางวัลให้อย่างงาม”
กล่าวถึงจุดนี้หวงเจียหลงก็หยุดลงชั่วคราว ค่อยกล่าวต่อว่า “และรางวัลที่ 3 ตระกูล 2 นิกายจะมอบให้นั้น เอาแค่อัจฉริยะระดับกลางๆ ก็เป็นอะไรที่ตัวตนขอบเขตราชาอมตะยังต้องฝันถึง!”
“แม้จะเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้มีผลงานดีเด่ แต่ขอแค่รอดกลับออกมาได้ ถึงรางวัลจะต่ำ แต่อย่างน้อยๆก็ต้องมีอุปกรณ์อมตะระดับราชา โอสถอมตะระดับราชา รวมถึงวัตถุดิบสมุนไพร และสิ่งของล้ำค่ามากมาย ฯลฯ…”
คำพูดประโยคนี้ของหวงเจียหลง ทำให้ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ทันที ว่าไฉนฮ่องเต้ฝูชิวถึงได้ให้ ‘ความสำคัญ’ กับเขามาก
“น้องต้วน แล้วนี่ท่านไปพบฝ่าบาทแล้วรึยัง? หากฝ่าบาทรู้ว่าตอนนี้ท่านยังเป็นแค่ยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ล่ะก็ ข้าเชื่อว่าต่อให้ต้องขุดดินทั้งประเทศลึก 3 ฉื่อ ฝ่าบาทก็จะหาทางนำไส้เดือนฝอยทองมาให้ท่านให้จงได้ เพื่อช่วยให้ท่านบรรลุถึงยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด!”
หวงเจียหลงยังคิดเผื่อต้วนหลิงเทียน
“ข้าไปพบมาแล้ว…ตอนนี้ก็เลยหมดปัญหาเรื่องบุปผาวิญญาณลี้ลับ จะขาดก็แต่ไส้เดือนฝอยทองเท่านั้น”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า