“เรื่องนี้ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะเข้าร่วมกับ 3 นิกาย 2 ตระกูลแน่นอน”
ต้วนหลิงเทียนยอมเดาออกได้ไม่ยากว่าหูหลินอี้กำลังคิดอะไรอยู่ในหัว เช่นนั้นเขาจึงมองสบตาหูหลินอี้ เอ่ยออกไปเสียงดังฟังชัด ไม่มีความรู้สึกผิดทั้งพิรุธอะไรแม้แต่นิดเดียว
หูหลินอี้เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับเป็นมั่นเหมาะ
“ไม่ว่าจะเป็นบุปผาวิญญาณลี้ลับหรือไส้เดือนฝอยทอง นับเป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หาได้ยากทั้งสิ้น…บุปผาวิญญาณลี้ลับนั้นไม่เป็นไรเพราะพอดีข้ามีติดตัวอยู่ ทว่าไส้เดือนฝอยทองนั้นข้าไม่มีและในคลังหลวงเองก็ไม่มีเก็บไว้เลย”
ขณะพูดหูหลินอี้ก็โบกมือเบาๆ จากนั้นก็ปรากฏบุปผาดอกหนึ่งที่เปล่งแสงสว่างเรืองรองผุดจากอากาศว่างเปล่ามาลอยล่องเหนือฝ่ามือ
บุปผาดอกนี้ ตัวดอกกับก้านเปล่งแสงสีหม่นออกมาสลัวๆ กลีบดอกทั้ง 9 เบ่งบานล้อมยอดเกสรที่ตั้งชูชันเอาไว้แลดูสวยงามนัก
และถึงแม้ดูแล้วบุปผาดอกนี้สมควรถูกตัดออกมานาน หากแต่มันยังไร้วี่แววว่าจะเหี่ยวแห้ง สีสันยังคงสดใสไม่เฉาลงแม้แต่น้อย
“บุปผาวิญญาณลี้ลับดอกนี้เป็นข้าได้มาโดยบังเอิญเมื่อไม่กี่ปีก่อน หากเจ้าต้องการข้าจะมอบให้เจ้า…ว่าแต่เจ้ารู้จักปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะที่สามารถหลอมโอสถเฉียนจินได้หรือไม่?”
หูหลินอี้เอ่ยถามต้วนหลิงเทียนด้วยความสงงสัย ขณะยื่นส่งบุปผาวิญญาณลี้ลับไปให้
“ขอบคุณฝ่าบาท…น้ำใจนี้ของท่านข้าจดจำไว้แล้ว”