ส่วนคนอื่นๆ แม้จะเป็นสตรีที่มีอุปกรณ์อมตะระดับราชานางนั้น ก็ไม่ได้รับ
แต่เป็นธรรมดาว่าสตรีนางนั้นคงไม่ต้องการ
เพราะต้วนหลิงเทียนเองก็ได้ยินจากหวงเจียหลงมาแล้ว ว่าหญิงชราที่อยู่ข้างกายสตรีนางนั้น เป็นผู้ฝึกตนพเนจรที่ด่านพลังบรรลุถึงขอบเขตราชาอมตะ!
และสตรีคนดังกล่าวที่ได้รับสิทธิ์ในการประลองสวรรค์ใต้ครั้งนี้ ก็เป็นผู้ฝึกตนพเนจรด้วยเช่นกัน และไม่เพียงแต่นางต้องการเข้าไปแสวงหาโอกาสในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำ แต่นางยังตัดสินใจจะเข้าร่วมกับ 3 นิกาย 2 ตระกูลอีกด้วย
และเรื่องทั้งหมดเป็นหงเจียหลงได้ยินมาจากบิดา ซึ่งบิดาของหวงเจียหลง หวงเฟยเหยี่ยน นั้น ก็ได้ยินมาจากฮ่องเต้ฝูชิวโดยตรง
ในประเทศฝูชิวแห่งนี้ ด้วยความที่หวงเฟยเหยี่ยนเป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ใต้ราชาอมตะ จึงได้รับการยกย่องจากผู้คนทั้งประเทศ ผู้คนยังกล่าวขานถึงไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้ฝูชิวด้วยซ้ำ และให้เรียกว่าเป็นมือขวาของฮ่องเต้ฝูชิวก็ไม่เกินเลย
หลังจากใช้ยันต์อมตะสื่อสารดังกล่าวไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็แลดูงุนงงเล็กน้อย “ข้าใช้ผิดวิธีงั้นหรือ…แต่เท่าที่ฟังมาก็สมควรใช้แบบนี้นี่นา”
ต้วนหลิงเทียนพึ่งจะเคยใช้ยันต์อมตะสื่อสารประเภทนี้เป็นครั้งแรก พอเห็นว่าผ่านไปสักพักแล้วแต่หวงเจียหลงยังไม่ติดต่อกลับมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงง
“ไหนคนที่เอามาแจกบอกว่ามันส่งข้อมูลได้รวดเร็วมากไง…แต่ไฉนใช้ไปอยู่นานแล้วหวงเจียหลงยังไม่ตอบกลับมาอีกเล่า?”