“ไอ้เจ้านี่มันสมองหมูหรืออย่างไร ถึงกับกล้ายกทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 ให้เจ้าจริงๆ? ถึงแม้ทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 กล่าวไปจักไร้ประโยชน์อันใด แต่หากบังเอิญพบเจอทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 อีกสักชิ้น และหากสามารถส่งเสริมมันให้บังเกิดการพัฒนาได้ ก็ย่อมเปลี่ยนเป็นทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 2 ได้สำเร็จ”
“ถึงตอนนั้นทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 2 ก็ให้ผลเลิศล้ำยิ่งกว่าอุปกรณ์อมตะประเภทเครื่องรางคุ้มกันวิญญาณใดๆหลายขุม!”
เพลิงเทพโกลาหลกล่าวถึงจุดนี้ ก็คล้ายจะอิจฉาทองเทพสุดลี้ลับอยู่บ้าง “ไอ่เจ้านี่มันสมองหมูทั้งโดนลาเตะหัวซ้ำมาแท้ๆ ถึงหยิบยื่นสมบัติล้ำค่าอย่างทองเทพสุดลี้ลับออกมาให้เจ้าได้!”
“เอ่อ…ถึงทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 มันจะเป็นสมบัติล้ำค่าจริง แต่คนที่มีมันในครอบครองก็ต้องรู้ค่าของมันด้วย…หาไม่แล้วก็เหมือนไข่มุกคลุกฝุ่น”
ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ เพื่อกล่าวคำกับเพลิงเทพโกลาหล “และชายตรงหน้า ก็รู้แค่ว่าทองเทพสุดลี้ลับขั้นที่ 1 นั้นไม่ธรรมดาเพราะขุนนางอมตะ 10 ทิศยังไม่อาจสร้างได้แม้แต่รอยขีดข่วน แต่หาได้รู้คุณค่าที่แท้จริงของมันไม่”
“ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้หนูเจ้าโชคดีนั่นล่ะ…”
หลังเพลิงเทพโกลาหลกล่าวอย่างทอดถอนใจทิ้งท้ายอีกคำ เสียงชราก็เงียบไปราวไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
“คุณชายต้วน…”
พอเห็นต้วนหลิงเทียนที่รับหินประหลาดไปก็เอาแต่ยืนนิ่งแล้วมองจ้องมาที่มันโดยไม่พูดไม่จา หูเลี่ยก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย