“ตำหนักจวี้หยวนของพระราชวังหลวง ย่อมเป็นสถานที่บ่มเพาะที่ดีที่สุดสำหรับคนนอกตระกูลราชวงศ์ในประเทศฝูชิว…ภายในลานแต่ละแห่งในเขตตำหนักนั้น มีค่ายกลที่ชักนำพลังวิญญาณฟ้าดินจากสายแร่ผลึกอมตะระดับกลางแห่งเดียวของประเทศฝูชิวเราจัดตั้งเอาไว้”
ขันทีกล่าว “เช่นนั้นแล้วขอเพียงเป็นคนในประเทศฝูชิวเรา ย่อมไม่มีผู้ใดไม่รู้จักตำหนักจวี้หยวน”
“อ้อ แบบนี้นี่เอง”
ต้วนหลิงเทียนรู้ได้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก
จากนั้นเขากับหลิวก่วงหลิน ก็พอกันเดินตามขันทีคนดังกล่าวไปยังตำหนักจวี้หยวนที่ว่าทันที
ตำหนักจวี้หยวนนั้น ก็เป็นตำหนักที่งดงามหลังหนึ่ง แลดูหรูหรากว่าตำหนักหลังอื่นๆในพระราชวังหลวงอยู่บ้าง ภายในตำหนักก็มีพื้นที่ส่วนตัว และมีลานว่างแยกพักให้ไม่แออัด
ถึงแม้ว่าที่พักพร้อมลานส่วนตัวจะมีขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่ข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน นอกจากห้องนอนสองห้องแล้ว ลานเล็กๆที่ว่าก็มีแปลงดอกไม้แล้วสระน้ำขนาดย่อม
นอกจากนั้นแต่ละลานที่พักยังมีขันทีและนางกำนัลคอยรับใช้อย่างไม่ขาดตกพกพร่อง
“นี่คือที่พักสำหรับคุณชายต้วน”
ขันทีที่เดินนำต้วนหลิงเทียนมาถึงตำหนักจวี้หยวน พอเดินมาถึงลานหลังหนึ่ง มันก็ผายมือแนะนำต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็หันไปกำชับนางกำนัลที่รออยู่ด้านข้างให้รับใช้ต้วนหลิงเทียนให้ดี
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็เดินตามนางกำนัล ที่รับหน้าที่ดูแลรับใช้เขาเข้าไปในลานที่พัก