ขณะที่เผชิญหน้ากับพายุมิติ และห้วงมิติในช่องทางปั่นป่วนววุ่นวายถึงขีดสุดนั้น เฟิ่งเทียนหวู่ก็ได้เร่งพลังสุดตัวเปลี่ยนทิศทางของตัวเองเข้าไปกอดต้วนซือหลิงลูกสาวของต้วนหลิงเทียนกับเค่อเอ๋อเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางพลัดหลงไปในห้วงมิติ สุดท้ายก็เลยมาปรากฏตัที่ระนาบรกร้างสุดไพศาลแห่งนี้ด้วยกัน
ระนาบรกร้างสุดไพศาลแห่งนี้ ก็คล้ายๆกับระนาบเซียนบ้านเกิดของนาง ไม่ใช่มหาระนาบโลกียะอย่างระนาบเหยียนหวงหรือระนาบหนามม่วง
ที่นี่ไร้ดาวเคราะห์ ไร้ดวงดาว ไร้จักรวาลอันใด
แต่เป็นธรรมดาว่าหากแหงนมองขึ้นไปบนฟ้ายังสามารถเห็นดวงดาว มีดวงตะวันให้แสงสว่าง อันเป็นภาพสะท้อนจากมหาระนาบโลกียะที่อยู่ใกล้ๆ
“น้าหวู่…หรือท่านอย่าได้ระงับพลังฝึกปรือของท่านเอาไว้อีกเลย แล้วรีบขึ้นสวรรค์ไปหาท่านพ่อเร็วๆดี?”
ทันใดนั้น ต้วนซือหลิง ลูกสาวของต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ ก็เม้มปากกัดฟันกล่าววออกมากับเฟิ่งเทียนหวู่
ตั้งแต่ที่เฟิ่งเทียนหวู่กับต้วนซือหลิงมาปรากฏตัวในระนาบรกร้างสุดไพศาลแห่งนี้ ด้วยอาศัยร่างกายที่ได้รับการขัดเกลาชำระจากพลังวิญญาณฟ้าดินของดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ เฟิ่งเทียนหวู่ก็พบว่าแม้จะเป็นในระนาบโลกียะที่พลังวิญญาณฟ้าดินเบาบาง แต่ด่านพลังฝึกปรือของนางก็ก้าวหน้ารวดเร็วนัก
เรียกว่าหากนางต้องการ นางยังสามารถเลือกจะทะลวงด่านพลัง และข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ ขึ้นไปยังระนาบเทวโลกได้ตามใจชอบ