ส่วนหนึ่งขอพระราชวัง ตำหนักอันงดงามแลดูวิจิตรบรรจง ปรากฏร่างสตรีงดงามนั่งบนตั่งโดยมีสตรีรับใช้ 2 คนคอยปรนนิบัติพัดวีอยู่ด้านข้าง เบื้องหน้าปรากฏร่างชายวัยกลางคนในชุดนักบู๊ยืนอยู่
“พี่ใหญ่ โปรดระงับความเสียใจด้วย”
โฉมงามได้แต่ระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน เมื่อเห็นสภาพของชายวัยกลางคนเบื้องหน้า
“น้องหญิงสาม คนของเจ้ามิพบเบาะแสอันใดเลยหรือ?”
ชายวัยกลางคนในชุดนักบู๊เอ่ยถามเสียงสลด สีหน้าแววตาแลดูเศร้าหมองนัก
“ไม่เลย”
สตรีงามบนตั่งส่ายหัวไปมา “หลังจากที่ข้าได้รับยันต์อมตะสื่อสารของ ฮ่าวเอ๋อ ข้าก็เร่งส่งยอดฝีมือขอบเขตขุนนางอมตะ 5 องค์ประกอบ 2 คน กับขุนนางอมตะ 6 ผสานอีกคนออกไปทันที แต่หลังจากทั้ง 3 ไปถึงสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดก็ไม่มีผู้ใดพบเบาะแสหรือร่องรอยของฆาตกรเลย”
“จากนั้นทั้ง 3 ก็ได้ออกปูพรมค้นหาไปทั่วพื้นที่แถบนั้นอยู่สามวันสามคืน แต่สุดท้ายกลับไม่พบเบาะแสใดๆ”
“ดังนั้นหากไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ออกมามอบรูปพรรณสันฐานฆาตกรให้พวกเรา…ข้าเกรงว่าพวกเราคงมิอาจจับมือใครดมได้”
กล่าวจบ สตรีงามก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกเฮือก
“เรื่องนี้หากจะโทษใคร ก็ได้แต่โทษฮ่าวเอ๋อเท่านั้น ที่มิได้บอกรูปลักษณ์อันใดของผู้ลงมือมาในยันต์อมตะสื่อสารเลย หาไม่แล้วพวกเราคงไม่เคว้งคว้างดั่งแมลงวันไร้หัวเช่นนี้…”
สีหน้าชายวัยกลางคนในชุดนักบู๊แลดูหดหู่นัก