พอเห็นหลิวก่วงหลินถึงกับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม “อาศัยด่านพลังฝึกปรือของมัน ในห้วงเวลาสั้นๆเมื่อครู่ ถึงมันจะหยิบยันต์อมตะสื่อสารออกมาใช้ได้ทันก่อนตาย…”
“แต่มันที่กำลังตื่นตระหนกและกลัวตายแบบนั้น ไม่มีทางบอกลักษณะรูปร่างพวกเราได้ละเอียดแน่นอน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
เมื่อครู่ตอนที่ชายหนุ่มชุดหรูหยิบยันต์อมตะสื่อสารออกมา ต้วนหลิงเทียนก็เห็นชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้นพอหยิบออกมาแล้วชายหนุ่มก็รีบร้อนส่งมันออกไปทันที
ในช่วงเวลาสั้นๆเพียงเท่านั้น เต็มที่อีกฝ่ายก็แค่บอกว่ากำลังโดนโจมตี และโดนโจมตีที่ไหนเท่านั้น มันแค่หวังให้มีคนเร่งรุดมาช่วยตัวเองให้เร็วที่สุด
“ข้าน้อยว่าระวังไว้ก่อนก็ดีนะนายท่าน…”
หลิวก่วงหลินกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“ก็จริง”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าและไม่คิดจะแย้งอะไร แต่นับว่าค่อนข้างพอใจกับความระวังของหลิวก่วงหลินไม่น้อย
“ด้านหน้านี่น่ะหรือ…เมืองหลวงของประเทศฝูชิว?”
พอหลิวก่วงหลินหอบหิ้วผ่านแนวเขามา ต้วนหลิงเทียนก็แลเห็นเมืองหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนที่ราบอันกว้างใหญ่
เมืองนี้มีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่าเมืองใดที่ต้วนหลิงเทียนเคยพบเห็นมาก่อน มองไปให้ความรู้สึกประหนึ่งสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ตัวเขื่องกำลังหมอบร่างพักผ่อนก็ไม่ปาน