หลิวก่วงหลินกล่าวออกด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าหลิวก่วงหลินรู้ผิดชอบชั่วดีมาโดยตลอด จริงอยู่ที่ข้าติดหนี้บุญคุณพี่ใหญ่กับสหายกลุ่มเมื่อครู่…”
“แต่หากไม่ใช่เพราะข้าเห็นแก่บุญคุณที่พวกพี่ใหญ่เคยช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าคงเลือกที่จะถอนตัวจากไปแต่แรกแล้ว คงไม่อยู่รอรับความตายจากท่านพร้อมทุกคนแต่แรก..และข้าเชื่อว่า ที่ใต้เท้าเมตตาละเว้นข้าไว้ คงไม่คิดเข่นฆ่าข้าเพราะข้ามิได้ตอแยพวกท่าน กระทั่งล่วงเกินแม่นางผู้นั้นด้วยสายตาแทะโลมแต่แรกกระมัง…”
พอหลิวก่วงหลินกล่าวถึงท้ายประโยค ก็เงยหน้าขึ้นมามองสบตาต้วนหลิงเทียน ในดวงตามันยังฉายแววฉลาดเฉลียวไม่เบา
“แต่สุดท้ายแล้ว ใต้เท้ากับข้าน้อยก็พึ่งพบกันครั้งแรก ข้าน้อยคงไม่มีวิธีพิสูจน์ความภักดีอันใด…เช่นนั้นข้าหลิวก่วงหลิน ไม่ว่าใต้เท้าตัดสินใจอย่างไร ข้าล้วนยอมรับทั้งสิ้น”
“อีกทั้งถึงแม้ในระนาบเทวโลกจักไม่มีคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เหมือนในระนาบโลกียยะ แต่ข้าน้อยยินดีสละแขนข้างหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อใต้เท้า!”
ทันทีที่หลิวก่วงหลินกล่าวจบคำ มันก็ยกมือขวาขึ้น จากนั้นก็ผนึกพลังควบแน จนฝ่ามือกลับกลายคล้ายมีดดาบคมกล้า สับฟันลงไปยังไหล่ซ้ายอย่างเด็ดเดี่ยว!
ในระนาบเทวโลกนั้น การฟื้นฟูงอกเงยอวัยวะที่เสียไป ยังยากเย็นยิ่งกว่าในระนาบโลกียะเสียอีก