อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อมา กลับทำให้พวกนางจำต้องผิดหวัง
เพียงเห็นว่าพุทธองค์ร่างทองถือร่มตัวเขื่องที่บิดเบี้ยวสั่นไหวเจียนพังทลายลงไปก่อนหน้า หลังจากยุบยวบอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็หวนคืนสู่สภาพปกติ ร่างทองหวนกลับมายืนตระหง่านตัวตรงดั่งขุนเขาไร้ทลาย ไม่หวั่นมวลพลังที่โถมกระหน่ำเข้ามาประหนึ่งพายุลมฝนอันใด!!
ยังดีที่ตั้งแต่ระเบิดพลังจู่โจมครั้งแรก เป็นหนานกงซิ่วประมุขนิกายอมตะสือหังได้กางกั้นม่านพลังกำบังเอาไว้แล้ว เหล่าศิษย์และอาวุโสของนิกายอมตะสือหังทั้งหลายจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรกับการปะทะหนักหน่วงแม้แต่น้อย
“อะ…อะไรกัน! ขนาดนี้แล้ว…แต่ยังมิอาจทลายฝ่าการป้องกันของมันได้อีกหรือ!?”
“อุปกรณ์อมตะระดับราชาในมือมันหาได้ง่ายดายไม่! ข้าเกรงว่าคงเป็นอุปกรณ์อมตะระดับราชาประเภทป้องกันเต็มตัว!”
“แต่ตอนนี้พวกเราสามารถยืนยันเรื่องหนึ่งได้แน่ชัด…ด่านพลังฝึกปรือของมันสมควรบรรลุถึงขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศแล้วจริงๆ!!”
…
เหล่าศิษย์และชนชั้นอาวุโสของนิกายอมตะสือหังตกตะลึงพรึงเพริดกันไม่น้อย เมื่อเห็นว่าร่างในชุดสีม่วงยังคงลอยตระหง่านนิ่งไม่ไหวติง สามารถต้านทานการผนึกกำลังลงมือของหนานกงซิ่วและหลินหรูได้อย่างมั่นคง และตอนนี้สายตาของทุกคนก็จับจ้องมองไปยังร่มคันนั้นเป็นพิเศษ