ดังนั้นมันจึงมั่นใจมาก ว่าต้วนหลิงเทียนไม่ใช่ขุนนางอมตะ 10 ทิศใน 6 พื้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่มันรู้จักแน่นอน กระทั่งให้เป็นทั้งพื้นที่ชายแดนทั้งหมดก็ตามที
ครู่ต่อมาหวางชิวขวงก็หลับตาลงอีกครั้ง เริ่มบ่มเพาะสั่งสมพลังสืบต่อ ทำราวกับเสียงประกาศท้าทายของต้วนหลิงเทียนเป็นแค่เรื่องตลกที่ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง
ส่วนอีกด้าน
หลังจากที่เสียงต้วนหลิงเทียนดังก้องไปทั่วทั้งนิกายอมตะสือหัง ไม่นานนักต้วนหลิงเทียนกับพวกทั้ง 3 ก็ถูกกลุ่มสตรีมากมายของนิกายอมตะสือหังปิดล้อม
กลุ่มคนที่มาปิดล้อมพวกต้วนหลิงเทียนแรกสุดก็คือหน่วยลาดตระเวนของนิกายอมตะสือหัง
หลังจากนั้นไม่นานชนชั้นอาวุโสของนิกายอมตะสือหังก็เริ่มทยอยกันมาถึง พวกนางยังหอบหิ้วศิษย์ส่วนตัวรวมถึงศิษย์ในนิกายที่สนิทสนมกันมาด้วย
หลังเวลาผ่านไปนานเข้า เหล่าศิษย์ทั่วไปในนิกายก็เริ่มทยอยกันมาชมดูเรื่องราวสนุกสนานมากึ้นทุกขณะ
“นั่นน่ะหรือ บุรุษเสียสติที่ประกาศถ้อยคำโอหังเมื่อครู่? น่าเสียดายหน้าต่อหล่อเหลาเช่นนี้มิน่าสติไม่ดีเลย…”
หลังทยอยกันมาถึง แต่ละคนก็พากันจับจ้องมองไปยังต้วนหลิงเทียนทันที
“อ๊ะ…มันคงไม่ใช่ต้วนหลิงเทียน หัวหน้าปรมจารย์โอสถของนิกายอมตะไท่อีจากพื้นที่รกกร้างตัวจริงหรอกนะ?”