หลังเข่นฆ่าไป๋อวี่ซวนไปในฉับพลันจนสร้างความตกตะลึงให้ผู้คนแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มกวาดตามองไปยังคนของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับทั่วๆ พลางกล่าวออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อนด้วยน้ำเสียงเฉยเมยไร้แยแส
“แต่ข้าต้วนหลิงเทียนก็ไม่รังเกียจที่จะมาเยือนนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับอีกครา ทั้งไม่รังเกียจที่จะทำลายนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับของพวกเจ้าให้สิ้นซาก หากข้ารู้ว่ามีคนของนิกายอมตะไท่อีเป็นอะไรไปเพราะพวกเจ้าแม้จะแค่คนเดียวก็ตาม!”
วาจาของต้วนหลิงเทียนแม้จะค่อยๆกล่าวออกมาเสียงเนิบแลดูไม่อีนังขังขอบ แต่พอมันดังเข้าหูคนของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ ก็พาลให้ใจพวกมันสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว
“เรื่องนี้ขอปรมาจารย์โอสถต้วนอย่าได้กังวล!”
ตอนนี้เองก็เป็นบรรพบุรุษชราของนิกายอมะตสวรรค์ลี้ลับที่แลคล้ายเทพเซียนหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนหลังจากที่ต้วนหลิงเทียนพูดจบ ยังรับปากกับต้วนหลิงเทียนอีกว่า “ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่ปล่อยให้คนของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับแตะต้องนิกายอมตะไท่อีเด็ดขาด!”
“ปรมาจารย์โอสถต้วน ข้าโจวเหวินก็รับปากท่านเรื่องนี้อีกคน”
โจวเหวินที่เป็นบรรพบุรุษของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับอีกคน ก็กล่าวรับปากต้วนหลิงเทียนเป็นมั่นเหมาะ
ถึงแม้ในใจของมันจะแทบทนรอฆ่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้า เพื่อล้างแค้นให้น้องชายฝาแฝดไม่ไหวแล้ว…