จนเมื่อเสียงของไป๋หวู่จี้ดังมาแต่ไกล พวกมันก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ปรมาจารย์โอสถต้วน ข้าพาไป๋อวี่ซวนมาแล้ว”
พอมองไปตามเสียงไป๋หวู่จี้ที่ดังมาแต่ไกล ทุกคนก็เห็นว่าไป๋หวู่จี้กับบรรพบุรุษชราที่เหินร่างจากไปก่อนหน้าได้กลับมากันแล้ว อีกทั้งข้างๆยังมีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพลังไร้สภาพหอบหิ้วกลับมาด้วย
ชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือนายน้อยนิกายยอมตะสวรรค์ลี้ลับ ไป๋อวี่ซวน!
จากนั้นไม่นาน ไป๋หวู่จี้ ก็หอบหิ้วไป๋อวี่ซวนมาหยุดลงเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน
“ต้วนหลิงเทียน?”
ขณะเดียวกันด้านไป๋อวี่ซวนที่เห็นต้วนหลิงเทียน มันก็อดไม่ได้ที่จะตกใจอยู่บ้าง
เพราะอยู่ๆมันก็ถูกบิดาจับตัวมาอย่างกะทันหัน ระหว่างเดินทางก็ไม่ได้บอกอะไรให้มันรู้เลยสักคำ
พอเห็นต้วนหลิงเทียน มันก็เลยอดสับสนไปไม่ได้
อีกทั้งมันยังได้ยินวาจาที่บิดาพึ่งกล่าวออกเมื่อครู่
ทว่ามันไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่าปรมจารย์โอสถต้วนที่บิดาเอ่ยถึง จะเป็นต้วนหลิงเทียนคนนี้ไปได้!
“นายน้อยไป๋ พวกเราเจอกันอีกแล้ว”
พอไป๋หวู่จี้คลายพลังที่หอบหิ้วร่าไป๋อวี่ซวนเอาไว้ให้มันลอยร่างค้างกลางหาวเอง สายตาต้วนหลิงเทียนก็เบนไปตกลงบนร่างไป๋อวี่ซวนพลางถามออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ
“เจ้า…เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
ต่อให้ไป๋อวี่ซวนจะโง่งมแค่ไหน แต่จากบรรยากาศอึมครึมโดยรอบ มันก็ตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องราวมีอะไรผิดท่า!