ผู้ที่นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์เป็นชายยชราในชุดคลุมขาว รูปร่างผ่ายผอม บรรยากาศทั่วเรือนกายให้ความรู้สึกราวเทพเซียน
แม้ชายชราจะกล่าวพึมพำด้วยสงสัย หากแต่สีหน้าแววตากลับสงบเฉยเมย คล้ายไม่ยึดถือเถี่ยไท่เหอเป็นตัวอะไร
ในลานของเกาะลอยอีกเกาะหนึ่งที่ลอยอยู่ไม่ห่างนัก ชายวัยกลางคนที่นอนเอนหลังอยู่ในสนามหญ้าหน้าลานคล้ายกำลังพักผ่อนตามอัธยยาศัย ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาหลังได้ยินเสียงเถี่ยไท่เหอ จากนั้นก็ค่อยลุกขึ้นมานั่งพลางกล่าวพึมพำ
“เหอะๆ อาศัยขุนนางอมตะ 7 ดาราคนหนึ่แต่เหิมเกริมถึงขั้นกล้าบุกเข้ามาในนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับของข้า…ชีวิตของมันน่าเบื่อถึงขั้นรนหาที่ตายเชียวหรือ!?”
หลังกล่าวพึมพำจบคำ ลูกตาของชายวัยกลางคนก็ทอประกายเยียบเย็น หากใครมาเห็นแววตานี้ของมันไม่พ้นต้องรู้สึกเสมือนเหมันต์ฤดูมาเยือน ชุดคลุมสีน้ำเงินยังเริ่มโบกสะบัดไปไม่หยุด
ราวต้องลมหนาวกรรโชกแรง!
ส่วนเกาะลอยเกาะสุดท้าย ชายวัยกลางคนในชุดเขียวแต่เดิมที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ก็ชะงักไปเล็กน้อยหลังได้ยินเสียงเถี่ยไท่เหอ ก่อนที่จะส่ายบัวรดน้ำในมือเพื่อรดน้ำต้นไม้ต่ออย่างไร้เรื่องราว
อีกทั้งสีหน้าของมัน แต่ต้นจนจบก็ไม่แปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ประหนึ่งให้ไท่ซานถล่มลงตรงหน้าคนก็ไม่นำพา