กล่าวถึงท้ายประโยค สายตามู่หรงปิงก็หันไปจับจ้องยังร่างต้วนหลิงเทียนที่จูงมือฮ่วนเอ๋อ และเดินเคียงข้างกันไม่ห่าง ‘มีคนสวยสมบูรณ์แบบถึงขนาดนั้นอยู่ข้างกาย…เกรงว่าอีกไม่นานเขาก็คงลืมข้าหมดสิ้น’
ขณะกล่าวพึมพำในใจ มู่หรงปิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ในอดีตก่อนที่จะได้พบหน้าบุรุษผู้นี้อีกครั้ง นางก็เพียงแค่คิดถึงและห่วงกังวลในความปลอดภัยของอีกฝ่ายเท่านั้น
แต่พอได้พบเจอกับบุรุษผู้นี้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มาเห็นว่าข้างกายอีกฝ่ายกลับมีสตรีที่งดงามไร้เทียมทาน นางก็ไม่ทันรู้ตัวแม้แต่น้อยว่าใจนางเริ่มเต้นแปลกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ยังรู้สึกได้ถึงความขื่นขมประการหนึ่งที่ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูด…
ทันใดนั้นเอง
“คนของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับมากันแล้ว!”
“นั่นคนของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ!”
…
ทันใดนั้นสายตาของผู้คนในจัตุรัสเต๋าโอสถ ก็เริ่มหันไปมองทิศทางหนึ่ง ที่กำลังมีคนกลุ่มใหญ่ก้าวอาดๆเดินเข้ามา
ผู้ที่ก้าวอาดๆนำกลุ่มคนดังกล่าวเข้ามา ก็เป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
ชายวัยกลางคนที่ว่าแม้รูปโฉมจะแลดูธรรมดาไม่ได้หล่อเหลาอะไร แต่ความสง่างามน่าเกรงขามนับว่ามีไม่ขาด
และเพียงต้วนหลิงเทียนมองไปปราดเดียวเขาก็รู้สึกเสมือนได้เห็นภาพซ้ำปานเกิดอาการเดจาวู และเขายังรู้สาเหตุอีกด้วยว่าไฉนถึงรู้สึกอะไรแบบนั้น ‘มันสมควรเป็นประมุขนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ ไป๋หวู่จี้’