หลังได้ยินคำพูดของบรรพจารย์ไท่อี สายตาต้วนหลิงเทียนก็ละออกจากร่างไป๋หวู่จี้และเบนไปตกยังน่างชายชราชุดครามด้านหลังไป๋หวู่จี้ทันที
เขายังจำสิ่งที่บรรพจารย์ไท่อีบอกได้อยู่…
ว่าในนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับนอกจากผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 3 ที่บรรลุขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศแล้ว ยังมีผู้พิทักษ์ที่พลังฝีมือร้ายกาจรองจากทั้ง 3 อยู่ถึง 4 คน และพลังฝีมือของผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าไป๋หวู่จี้เลย ล้วนเป็นขุนนางอมตะ 9 ตำหนักเหมือนกันหมด
อีกทั้งผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ ยังถูกตั้งชื่อตามสัตว์ประจำทิศทั้ง 4 อันได้แก่ ผู้พิทักษ์มังกรคราม ผู้พิทักษ์พยัคฆ์ขาว ผู้พิทักษ์วิหกเพลิง และผู้พิทักษ์เต่าดำ
และฟังจากที่บรรพจารย์ไท่อีกล่าวบอก ชายชราชุดครามคนนี้ก็คือ ‘ผู้พิทักษ์มังกรคราม’ 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์ของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ
“นั่นน่ะเหรอ…ผู้พิทักษ์มังกรครามของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ?”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนหันไปจับจ้องชายชราชุดคราม ด้านชายชราชุดครามก็คล้ายสัมผัสได้ถึงสายตาเขา อีกฝ่ายจึงหันมามองที่เขาทันที และดวงตาสีโคลนของมันก็ช่างคมกล้าปานมีดดาบเหลือเกิน ทำให้ต้วนหลิงเทียนถึงกับต้องละสายตาออกมาทันที
‘น่ากลัวเอาเรื่องจริงๆ…’