ต้วนหลิงเทียนมองจ้องหลงเฟยอวิ๋นด้วยสายตาลึกซึ้ง ค่อยยิงคำถามดังกล่าวออกมาตรงๆ
เจอกับคำถามอันตรงไปตรงมาของต้วนหลิงเทียน สองตาหลงเฟยอวิ๋นก็ทอประกายสว่างขึ้นวาบหนึ่ง ค่อยพยักหน้าแล้วพูดต่อว่า “อาศัยพลังฝีมืออันร้ายกาจของน้องต้วน อย่าว่าแต่จะช่วงชิงสิทธิ์เข้าร่วมงานประลองใหญ่ในแดนร้างได้ง่ายๆ…ยังเป็นเรื่องราวอันง่ายดายนักที่จะโดดเด่นในงานประลองใหญ่”
“ถึงตอนนั้นข้าเชื่อว่า 3 นิกายอมตะใหญ่ต้องรีบแย่งกันโยนกิ่งมะกอก เพื่อทาบทามให้น้องต้วนเข้าร่วมนิกายแน่นอน…และข้าหวังว่าน้องต้วนจะเลือกเข้าร่วมกับนิกายอมตะ หลงหวู่!”
(กิ่งมะกอก = ข้อเสนออันดีงาม, กิ่งใบมะกอกแทนเกียรติยศอันสูงส่ง ยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ)
กล่าวถึงประโยคท้าย ลมหายใจของหลงเฟยอวิ๋นก็ถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นิกายอมตะหลงหวู่?”
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยสงสัย “องค์ชาย 13 ลองท่านเจาะจงให้ข้าเข้าร่วมกับนิกายอมตะหลงหวู่แบบนี้ ท่านสมควรมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างใช่หรือไม่?”
“มิผิด!”
หลงเฟยอวิ่นพยักหน้า “ที่ข้าขอให้น้องต้วนเข้าร่วมนิกายอมตะหลงหวู่นั้น มิใช่เพราะใดอื่น แต่เป็นเพราะนิกายอมตะหลงหวู่ คือผู้ที่มีอำนาจปกครองประเทศอมตะสูง 13 ประเทศ รวมถึงประเทศอมตะเถิงหลง…”
ไม่ทันที่หลงเฟยอวิ๋นจะทันได้พูดจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็โพล่งขัดขึ้นมาเสียก่อน
“อะไร?”