กล่าวถึงจุดนี้มือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้หรูหราของหลงเฟยอวิ๋นก็กำหมัดแน่นจนข้อขาว ยังแลเห็นเส้นเลือดขอดเต้นตุบๆบนหลังมือชัดเจน เห็นได้ชัดว่ายามนี้อารมณ์ของมันพุ่งพล่านถึงขนาดไหน
“ทั้งหมดเป็นเพราะ…จนบัดนี้เสด็จพ่อยังรู้สึกว่าข้าอาจไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ!”
พอกล่าวออกมาอีกครั้ง สองตาของหลงเฟยอวิ๋นก็ฉายชัดถึงความหม่นหมองทำนองเศร้าหนึ่ง ทว่าไม่ทันไรสายตาที่สลดก็ฉายประกายแหลมคมเรืองวาบ
“องค์ชาย 13 นี่ท่านยังไม่ได้รับถ่ายทอดเคล็ดอมตะขั้นปฐพีของตระกูลราชวงศ์อีกหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนต้องตกใจแล้วจริงๆ!
ถึงแม้เขาจะทราบมาแต่แรกว่า จนบัดนี้นี้ฮ่องเต้เถิงหลงยังไม่แน่ใจว่าองค์ชาย 13 ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของมันจริงๆหรือไม่ จึงไม่ได้ดูดำดูดีอะไรองค์ชาย 13…
อย่างไรก็ตามเขาคิดไม่ถึงเลย
ว่าความแคลงใจของฮ่องเต้เถิงหลงเรื่องที่องค์ชาย 13 อาจไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของมัน ยังรุนแรงถึงขั้นไม่แม้แต่จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาที่สืบทอดกันในตระกูลราชวงศ์ให้องค์ชาย 13! สิ่งนี้ยังต่างอะไรกับตีตราไว้บนหน้าผากองค์ชาย 13 ว่าเป็นคนนอกตระกูล?
จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจินตนาการได้ออก ว่าองค์ชาย 13 นั้นบังเกิดความอัดอั้นตันใจขนาดไหน!